4 สนีกเกอร์สุดยอดเทคโนโลยี Boost ควรค่าแก่การครอบครอง

STYLE: นาทีนี้ต้องยกให้เป็นไอเท็มแห่งยุค สำหรับรองเท้าสนีกเกอร์ ที่มีการพัฒนาสุดยอดเทคโนโลยี Boost เข้ามาในการใช้งาน จาก adidas ที่รวมทั้งแฟชั่นและฟังก์ชั่นไว้ได้อย่างลงตัว และนี่คือตัวท็อปๆ ที่เราจัดมาให้เป็นที่สุดของที่สุด

ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2013 adidas ได้เผยเทคโนโลยี Boost เทคโนโลยีสุดล้ำ ที่มีการนำเม็ดโฟมที่เรียกว่า Energy Capsules มาอัดเป็นพื้นรองเท้า ช่วยเรื่องรองรับแรงกระแทกได้ดีและให้สัมผัสที่นุ่มสบาย จึงเหมาะสำหรับเป็นรองเท้าวิ่ง โดยเปิดตัวครั้งแรกในชื่อ Energy Boost โดยใช้เม็ดโฟมแบบ EVA (Ethylene-Vinyl Acetate) กว่า 1,000 ชิ้น และต่อยอดเป็น Pure Boost ที่ใช้เม็ดโฟมกว่า 2,400 ชิ้น ให้สัมผัสที่เบาสบายกว่าเดิมมาก จนมาถึงรุ่น Ultra Boost ที่ใช้เม็ดโฟม 3,000 ชิ้น รวมถึงใช้วัสดุ TPU (Thermoplastic Polyurethane) ที่ทนทานในทุกอุณหภูมิ รวมถึงสภาพอากาศร้อนเช่นเมืองไทย ที่สำคัญ เม็ดโฟมที่มากขึ้น ทำให้รองรับการเคลื่อนไหวของนักวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะมีรูปเท้าแบบไหนก็ตาม

เทคโนโลยี Boost

ด้วยความยืดหยุ่นของพื้นรองเท้าและปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ตามเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ นอกเหนือจากการเป็นรองเท้าวิ่งแล้ว จึงเหมาะเป็นรองเท้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการให้ทุกความเคลื่อนไหวเปี่ยมด้วยเบาสบายและเป็นอิสระ

“adidas ultra boost” นั้นมีน้ำหนักเพียงแค่ 11 ออนซ์ (311 กรัม) เท่านั้นสำหรับไซส์ผู้ชาย โดยผลิตมาใช้คู่กับวัสดุเป็นผ้าทอที่เรียกว่า “ไพรม์นิต” (Primeknit) โดยการถักออกมาเป็นตาข่ายอย่างพิถีพิถันเพื่อปกป้องเท้าของคุณที่ยามออกกำลังกายจะไม่รู้สึกเหมือนถูกรัด จะลดความระคายเคือง ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เนื่องจากเวลาวิ่งเท้าคนเราจะขยายตัว โดยมีแนวคิดเพื่อเน้นปกป้องบริเวณส้นเท้าหรือเอ็นร้อยหวาย ทำให้การเคลื่อนที่มั่นคงมากขึ้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักบาดเจ็บจากข้างเท้าด้านนอกหรือข้อเท้าพลิกเป็นต้น

รุ่นไหนบ้างที่มีเทคโนโลยี Boost น่าซื้อ

เทคโนโลยี Boost

1. UltraBoost Uncaged

หนึ่งในรองเท้าสาย Performance จาก adidas ที่มาแรงมาก มีการผสมผสานระหว่างแฟชั่นและการใช้งานไว้ได้อย่างลงตัว รองเท้ารุ่นนี้ได้นำสุดยอดเทคโนโลยีสองสิ่งที่ดีที่สุดจากทาง adidas มารวมไว้ด้วยกัน  หนึ่งคือเทคโนโลยี  Boost  ที่ถูกคิดค้นออกมาเพื่อตอบสนองคนที่ชอบวิ่ง  และอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถูกดึงมาใช้คือ Primeknit ตรงส่วนของ Upper จะเป็นการถักทอขึ้นมา  เจ้าเทคโนโลยีนี้ข้อดีเลยคือมีน้ำหนักที่เบามาก  และสามารถถ่ายเทอากาศได้เป็นอย่างดี  โดยความพิเศษคือมีการตัด  CAGE  (ที่ร้อยเชือกและแถบสาม)  ด้านข้างทั้งสองฝั่งออกไป  และยังได้ปรับโฉมอีกหลายจุด อาทิ ตรงบริเวณข้อเท้าซึ่งจะเพิ่มเติม  Elastic  เข้ามา เพื่อทำหน้าที่รัดข้อเท้าแทนเชือกและบวกกับวัสดุอย่าง  Primeknit  ด้วยแล้ว  ทำให้ความรู้สึกเหมือนใส่ถุงเท้า ทำให้สวมใส่สบายมากยิ่งขึ้นไปอีก และการเพิ่มเติมลูกเล่นสามแถบเข้าไปแทนตรงส่วนของด้านหน้ารองเท้า อีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการเดินและวิ่งก็คือเทคโนโลยี  STRETCHWEB  ในตรงส่วนของ  Outsole ที่เลือกใช้พื้นยางของ  Continental  ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โด่งดังเรื่องยางคุณภาพระดับโลก

เทคโนโลยี Boost

2.  Stan Smith “Boost”

adidas Stan Smith หลังจากเป็นสนีกเกอร์สุดอมตะมานานหลายปี ก็มีการแปลงโฉมอีกครั้งปรุงแต่งรูปโฉมให้เข้ากับยุคสมัยด้วยการนำเอาเทคโนโลยี BOOST ของ adidas มาปรับใช้ได้อย่างลงตัว ด้วยวัสดุบริเวณส่วน Upper ที่ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างครบถ้วน และในขณะเดียวกันการปรับแต่งพื้นให้กลายเป็นพื้น BOOST ในครั้งนี้ก็มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้สวมใส่และรูปลักษณ์ภายนอกไปอีกมิติหนึ่งได้อย่างกลมกลืน ได้ทั้งสไตล์และความสบายในการใช้งาน

3. NMD R2 Primeknit

จากความสำเร็จของโมเดล NMD R1 ที่แทบจะทำให้คนไล่ล่าเป็นเจ้าของกันอย่างบ้าระห่ำ adidas ก็ได้เปิดโมเดลในรุ่นถัดไปของ NMD อย่าง R2 โดยที่ NMD R2 Primeknit ได้วิวัฒนาการไปอีกขั้นจากโมเดล R1 โดยหลอมรวมสไตล์และแรงบันดาลใจให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ยังคงมาพร้อมกับ Upper วัสดุ Primeknit ลายใหม่ ขอบ Elastic แบบถุงเท้า แถบสามขีดแบบรีเฟรค และ Heel Tab วัสดุหนังกลับ สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัดคือในส่วนของ Midsole ที่เป็นตัวเทคโนโลยี Boost ซึ่งตรงนี้จะเหลือ Plug EVA แค่ข้างในเท้าอันเดียวเท่านั้นจากเดิมมีสามอัน โดยที่รูปทรงและลายต่างจากรุ่นเก่าอย่างมาก อีกทั้งยังมีการเซาะร่องตัว Boost ด้านนอกให้มีลวดลายไม่เหมือนรุ่นไหนอีกด้วย

4. Pure Boost ZG

สีสันและดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่เท่ เรียกว่าหล่อโดนใจ เป็นรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ที่ดูไม่เยอะ ทั้งลวดลายและสีสัน โดยใช้แผ่นพื้นชั้นกลาง ซึ่งมีเม็ดบูสต์สีขาวสะอาดตัดระหว่างอัปเปอร์สีดำและพื้นรองเท้า นอกจากนี้ ยังเติมรายละเอียดอันเป็นระเบียบเรียบร้อยบนอัปเปอร์ ส่วนแถบสามแถบย้ายไปข้างเท้าด้านในแทน เน้นเบา กระชับและนุ่มสบายขึ้น อัปเปอร์ยังคงใช้เป็นเทคโนโลยี Primeknit ทำมาในรูปแบบของผ้าถักทอ ส่วนเอกลักษณ์ที่ยังคงไว้คือ แถบยางล็อกดาวน์  แต่เปลี่ยนเป็นให้พาดตรงกลางเท้าทั้งหมด สำหรับสร้างความกระชับให้เท้าอีกที แน่นอนว่าพื้น Boost ยังคงเป็นพระเอกของเรื่องที่ทำให้ทุกอย่างลงตัว ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

http://www.favforward.com/5226/trend/style/adidas-yeezy-vs-nmd-r1/

keyboard_arrow_up