5 เหตุผลที่เราห้ามพลาดการกลับมาของ Tomb Raider 2018

Tomb Raider 2018
Tomb Raider 2018

5 เหตุผลที่เราห้ามพลาดการกลับมาของ Tomb Raider 2018

เชื่อว่าหลายๆ คนคงตื่นเต้นเมื่อเห็นทีเซอร์ Tomb Raider 2018 ภาพยนตร์รีบูทเรื่องใหม่ที่สร้างมาจากเกมขวัญใจของผู้คนทั่วทั้งโลกอย่าง Tomb Raider ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังคงคุ้นตากับการแสดงเป็น Lara Croft ของ Angelina Jolie อยู่ดี แต่ในเวอร์ชั่นรีบูทใหม่นี้จะเป็นการยกเครื่องเรื่องราวรวมไปถึงตัวแสดงใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะน่าสนใจขนาดไหนนั้น วันนี้เรานำ 5 เหตุผลบางส่วนที่ห้ามพลาดมาฝากกันแล้วครับ

Tomb Raider 2018

เป็นเกมสุดอมตะ

เกม Tomb Raider เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 บนแพลตฟอร์ม Sega Saturn, PS1 และ MS-DOS ซึ่งใครจะคาดคิดว่าจากเกมที่มีทีมผู้พัฒนาเพียง 6 คนจะกลายเป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับการตอบรับที่ล้นหลามเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาถึง 22 ปีแล้ว

Tomb Raider 2018

Lara Croft คือไอคอนหญิงแห่งวงการเกม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากพูดถึงตัวละครหญิงที่โด่งดัง ชื่อของ Lara Croft จะต้องผุดขึ้นมาเป็นลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงที่ Tomb Raider ภาคแรกออกวางจำหน่าย ชื่อเสียงของ Lara Croft ก็โด่งดังชนิดว่ามาเป็นอันดับ 1 ในโพลตัวละครหญิงสุดเซ็กซี่ ถึงขนาดมีการทำภาพยนตร์โป๊ล้อเลียนและขึ้นปกนิตยสาร Playboy มาแล้วในปี 1999 เลยทีเดียว

Tomb Raider 2018

เป็นการกลับมาในรอบ 15 ปี

จากความสำเร็จของเวอร์ชั่นภาพยนตร์อย่าง Lara Croft: Tomb Raider ในปี 2001 ที่กวาดรายได้รวมทั่วโลกไปถึง 274 ล้านเหรียญฯ และภาคต่ออย่าง Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life ในปี 2003 จึงทำให้การกลับมาของภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเกมอย่าง Tomb Raider ในเวอร์ชั่นรีบูท 2018 ถูกจับตามองอย่างไม่ต้องสงสัย

Tomb Raider 2018

Alicia Vikander เป็น Lara Croft คนใหม่

ถึงแม้แฟนๆ จะยังคงติดภาพจำของ Angelina Jolie แต่ในเวอร์ชั่นรีบูทนี้ Alicia Vikander จะเป็นคนใหม่ที่มารับบทเป็นตัวละครหลักของ Tomb Raider อย่าง Lara Croft แทน ซึ่งเธอได้ใช้เวลาฟิตหุ่นรวมไปถึงเรียนศิลปะการต่อสู้อย่างการชกมวย MMA ก่อนเข้าฉากถ่ายทำล่วงหน้าอยู่หลายเดือน ทั้งนี้ก่อนการถ่ายทำในแต่ละวันเธอจะใช้เวลาราวๆ 45-60 นาทีอีกครั้งเพื่อฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

Tomb Raider 2018

เป็น Tomb Raider ที่มันส์เทียบเท่าเกม

สิ่งหนึ่งที่แฟนๆ ของ Tomb Raider หลายคนเป็นกังวลนั่นคือภาพยนตร์ที่สร้างจากเกมส่วนใหญ่มักจะดีไซน์ฉากต่อสู้รวมไปถึงร้อยเรียงเรื่องบทได้ไม่สะใจเหมือนเวอร์ชั่นเกม โดยใน Lara Croft: Tomb Raider (2001) ก็ถูกตำหนิถึงการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางอย่างจนทำให้อรรถรสหายไป (แต่ดันทำรายได้สูง) ซึ่งทางผู้กำกับได้เผยว่า Tomb Raider 2018 จะมีการดำเนินเรื่องที่ใกล้เคียงกับเกมอย่างแน่นอน


เรื่องโดย: Nomad609

ภาพประกอบ: www.majorcineplex.com

keyboard_arrow_up