เปิดประสบการณ์ คนรักรัมจาก 7 Guest Mixologists ระดับโลก ในงาน Thailand Rum Cocktail Week

เปิดประสบการณ์คนรักรัม
เปิดประสบการณ์คนรักรัม

เปิดประสบการณ์ คนรักรัมจาก 7 Guest Mixologists ระดับโลก ในงาน Thailand Rum Cocktail Week

บรรยากาศ ผู้คน ความสนุก หรือมิตรภาพที่คุณอยากจะได้รับเมื่อเข้าไปในบาร์เพื่อสั่งค็อกเทลสักแก้วมานั่งดื่ม บางทีทั้งหมดอาจจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาและมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความชอบของบุคคลในร้านนั้นที่มีรสนิยมเดียวกันหรือบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งให้เราได้มาเจอกันในโอกาสที่เหมาะสมอย่างงาน Thailand Rum Cocktail Week 2019 : PHRAYA presents Meet the Craft งานที่เปิดโอกาสให้ผู้รัก Rum ได้เทสต์รัมจากหลากหลายแบรนด์ โดยมี PHRAYA Rum หนึ่งในแบรนด์ผู้สนับสนุนหลักในงานนี้อีกด้วย

PHRAYA presents Meet the Craft

งานสำหรับคนรัก “รัม” ในคอนเซ็ปต์ 1 Week 5 Cities เชิญ Guest Mixologists  ที่มีชื่อเสียงจากหลายประเทศ มาครีเอทเครื่องดื่มที่บาร์ชั้นนำ ใน 5 เมืองใหญ่ของประเทศไทย และหนึ่งในนั้นคือกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลักที่ทำให้เราได้พบกับมิกโซโลจิสต์ที่มีชื่อเสียงมากมาย แต่วันนี้เราขอเลือกที่เป็น The Best ของบาร์ในกรุงเทพฯ มาหยิบยกประสบการณ์เครื่องดื่มและวัฒนธรรมที่ส่งต่อจากการผสมและสรรสร้างในค่ำคืนแสนพิเศษกว่า 5 บาร์และ 7 Guest Mixologists จากทั่วโลก ให้สาย Hopping ได้ลองแวะไปดื่มด่ำกันได้ถ้ามีโอกาส

Tony Pescatori จาก Nightjar London Company

เริ่มกันที่  The Bamboo Bar ย่านเจริญกรุง อยู่ในโรงแรม Mandarin Oriental ติดอันดับ 8 จากรายการ Asia’s 50 Best Bar 2019 บาร์ที่มีกลิ่นอายความหรูหรา บรรเลงบทเพลง ​Live Jazz Band ผ่านเสียงเปียโนและแซ็กโซโฟน ที่นี่นอกจากจะเชิญมิกโซโลจิสต์ชื่อดังอย่าง Tony Pescatori จาก Nightjar London Company มาเป็น Guest Shift ยังได้ร่วมเป็นคนสำคัญในงาน PHRAYA Masterclass “Art and Fashion Cocktail” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน นับตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ อุปกรณ์ที่ใช้ หรือแม้กระทั่งเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเรียกนักดื่มทั้งหลายให้มาจับจ้องอยู่ที่หน้าบาร์

Tony Pescatori จาก Nightjar London Company 2

สิ่งหนึ่งที่เราชอบและประทับใจในตัว Tony Pescatori คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกแก้วมาเป็นภาชนะสำหรับใส่เครื่องดื่มและการดัดแปลงสิ่งที่ดูไร้ค่าให้มีราคาขึ้น อย่างกระดิ่งโลหะจิ๋วขนาดกำลังพอดีที่ถูกใช้เป็นแก้วค็อกเทล มันเป็นได้มากกว่านั้นเมื่อโทนี่ ใช้เคาะเสียงเรียกแขกก่อนจะเริ่มบรรเลงจัดแจงค็อกเทลสูตรพิเศษ เขาดัดแปลงอุปกรณ์ต่างๆ ให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยสร้างกิมมิก เรียกความสุขของนักดื่มทั่วโลกให้จดจ่อกับการมาเสพบรรยากาศ มากกว่าการดื่มเพื่อเมาแล้วกลับบ้านไปอย่างมือเปล่า แต่สิ่งที่ต้องได้ติดตัวกลับไปคือรอยยิ้มและประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์

หลังจากจบชั่วโมงมาสเตอร์คลาส ที่โทนี่ ใช้ PHRAYA RUM เป็นวัตถุดิบเมนูหลักในการรังสรรค์ค็อกเทลแก้วต่างๆ ในช่วงค่ำคืนยังเผยให้เห็นความน่าหลงใหลของ 4 เมนูพิเศษที่ครีเอทมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

PHRAYA RUM เป็นวัตถุดิบเมนูหลักในการรังสรรค์ค็อกเทลแก้วต่างๆ

ภาพจากซ้ายไปขวา

  • Royal Blood สีแดงเลือดค่อยๆ ซึมผ่านริมฝีปาก รสรัมผสานกับความเปรี้ยวและหวานนำ ทำให้เครื่องดื่มแก้วนี้เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบความสวยแต่ดุดัน ได้ค่อยๆ ซึมซาบไปกับมันทีละนิดจนหมดแก้ว
  • Antesala Del Infierno เสน่ห์เหลือร้ายของแม่สาวสะโอดสะองค์ สวยงามแต่ร้อนแรง อมเปรี้ยวและหวานนิดๆ พร้อมด้วยการอบควันเทคนิคพิเศษลงในแก้วเพื่อสร้างกลิ่นสัมผัสก่อนทาน จิบพร้อมขนมหวานบิตเตอร์เล็กๆ ได้รสชาติใหม่แสนกลมกล่อม
  • Black Gold รัมพระยาเด่นขึ้นมาทันตา สำหรับคนชอบดื่มออนเดอะร็อคแต่มีการผสมด้วยวัตถุดิบอื่นเพื่อให้นุ่มละมุนและดื่มง่ายขึ้น
  • Fedora โดดเด่นด้วย Electric liqueur หรือเราขอเรียกว่าน้ำปรุงสรรพรส ซึ่งมีส่วนผสมซับซ้อน เสมือนยาปรุงวิเศษที่ช่วยเติมเต็มรสชาติค็อกเทลแก้วนี้ของโทนี่ให้โดดเด่น ช่วยในการกระตุ้นต่อมรับรสและเพิ่มความอยากดื่ม ด้วยการผสมผสานของพฤกษศาสตร์มากกว่า 30 ชนิดเข้าด้วยกันอย่างสมดุลภายใต้จุดเด่นที่มีเสน่ห์

2 คู่หู สาวสวยกับหนุ่มมาดเท่แห่งฮ่องกงได้แก่ Shelley & Samuel จากร้าน Quinary Hongkong

เมื่อได้เจอมิกโซโลจิสต์สุดแพรวพราวอย่างโทนี่ เราขอพามาพบกับอีกหนึ่งความสนุกของ 2 คู่หู สาวสวยกับหนุ่มมาดเท่แห่งฮ่องกงได้แก่ Shelley & Samuel จากร้าน Quinary Hongkong อยู่ในอันดับ 10 จากรายการ Asia’s 50 Best Bar 2019  2 Guest Mixologist ที่มาโชว์ความน่ารักและเทคนิคที่ร้าน EAT ME บาร์ลับในย่านสีลม

ร้าน EAT ME บาร์ลับในย่านสีลม

ภายใต้บรรยากาศความเรียบง่าย ขึ้นชื่อในซอยพิพัฒน์ 2 (ถนนคอนแวนต์) ที่ครองใจทั้งคนไทยและต่างชาติมานานกว่า 17 ปี แถมยังมีรางวัลการันตีคุณภาพร้านอีกนับไม่ถ้วน เสน่ห์ของ 2 มิกโซโลจิสต์จากฝั่งฮ่องกงไม่ได้มีแค่ความเป็นกันเองในการดูแลแขกในร้านหรือความละเอียดอ่อนในการปรุงค็อกเทล แต่รสชาติยังถูกออกแบบให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ดื่มง่ายยิ่งขึ้นโดยมี 4 รสชาติได้แก่

Reigning Monarch

ภาพจากซ้ายไปขวา

  • Reigning Monarch กลิ่นหอมของส้มและชินนามอลลอยขึ้นมาเตะจมูก พร้อมสัมผัสช็อกโกแลตนิดๆ เพื่อไม่ทำให้แก้วนี้เปรี้ยวจนเกินไป ยังมีความเป็นค็อกเทลรัมชั้นดีที่ดื่มง่ายได้ยาวทั้งค่ำคืน
  • Foh Maa Yan ครีมโฟมละมุนที่ตีฟูเป็นด่านแรกก่อนสัมผัสปากลงจิบรสชาติที่เป็นเนื้อใน ความหอมของกาแฟลอยเด่น เมื่อผสานกับรัมกลับไม่อึดอัดอย่างที่นึกคิด จึงรู้สึกว่าดื่มได้เรื่อยๆ สำหรับคนชอบกาแฟและรัม
  • Blackbeard Head Bartender หนุ่มแซม ไม่ทำให้เราผิดหวัง ดูสุขุมนุ่มลึกดั่งชื่อ ยังมีรสชาติของกาแฟผสมที่เข้มข้นกว่า Foh Maa Yan ผสมผสานกับ กระวานดำ หรือ เฉ่าโก่ว (ลูกเฉาก๊วย) เพื่อรวมเป็นหนึ่งเครื่องดื่มสีเข้มที่ซ่อนเสน่ห์เหลือร้าย
  • Happiness Can Buy ความสุขซื้อได้เพียงแค่คุณเอาเงินวาง การันตีความของคำว่า ความสุข ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางครั้งการได้นั่งจิบค็อกเทลแก้วโปรดที่เป็นเหมือนเมนูก่อนเริ่มอรุณรุ่งอย่าง Happiness Can Buy ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นได้ การเปลี่ยนจากเบคอนจัดวางในจานโปรดมาอยู่บนขอบแก้ว และใช้ไข่ขาวตีฟูเพื่อชูรสชาติให้โดดเด่นขึ้น กลายเป็นแก้วที่รู้สึกสนุกเป็นพิเศษกับการดื่มรัม

Shingo Gokan

Steve Schneider

 

เดินถัดมาอีกไม่กี่ร้อยเมตร เพื่อมุ่งตรงไปร้าน Vesper ที่นี่มี 2 หนุ่มอารมณ์ดีรอเราอยู่เช่นกัน ร้าน Vesper  บาร์ชั้นนำติดอยู่ในอันดับ Asia’s 50 Best Bars 2019  ถือเป็นบาร์ที่มีขนาดกระทัดรัด รู้สึกอบอุ่นภายใต้บรรยากาศของการสังสรรค์ที่แวดล้อมไปด้วยเสียงเพลงและบทสนทนา บริเวณบาร์กลางร้านถูกออกแบบให้เตี้ยลงและกว้างขึ้นเพื่อให้นั่งได้นานขึ้น ทางร้านใช้หินแกรนิตสีเขียวเข้ม ผสมผสานสไตล์วินเทจด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มและเพิ่มความสว่างไสวด้วยไฟสีส้ม ให้บรรยากาศแบบคลาสสิกของค็อกเทลบาร์ในยุโรป วันนี้ไม่ใช่คุณปาล์ม ศุภวิชญ์ มุททารัตน์  Group Bar Manager ที่มีรางวัลการันตีมากมายระดับโลก อย่างที่เราคุ้นตา แต่เป็น 2 หนุ่ม 2 สไตล์

Shingo Gokan

Shingo Gokan และ Steve Schneider มิกโซโลจิสต์ซึ่งเป็น Cofounder The Odd Couple Shanghai มายืนประจำหน้าบาร์เป็น Guest Mixologist ของที่ร้านวันนี้ โดยทั้งคู่ต่างงัดไม้เด็ดในสไตล์ของตัวเองออกมาเป็นคนละ 4 เมนูค็อกเทลพิเศษ

Shingo Gokan

ด้วยความชื่นชอบส่วนตัวของอาหารไทย ค็อกเทลวันนี้ชินโกจึงได้ใช้ชื่อเมนูที่เรียกรอยยิ้มให้เราได้มาก ที่รู้มาว่าเค้าใช้ถึง 4 วัน ในเตรียม prep ค็อกเทลแต่ละตัว เรียกได้ว่า craft of refinement จริงๆ ได้แก่

Som Tum Daiquiri

ภาพจากซ้ายไปขวา

  • Som Tum Daiquiri ใช่แล้วมันคือส้มตำ แค่ชื่อก็ทำให้เรารู้สึกเผ็ดซ่านขึ้นมาในลำคอ ถามว่าหลังจากที่ได้ชิมแล้วรสชาติ คือใช่ไหม? ต้องบอกว่าชินโกทำออกมาได้ดีทีเดียว มีความเผ็ด ความเปรี้ยว และที่สำคัญ เขาใส่ น้ำปลาเหยาะพอเป็นพิธี ลงในแก้วนี้ด้วย มันแสดงออกว่า ไม่มีเส้นแบ่งเรื่องวัตถุดิบในการปรุงเมนูเครื่องดื่มหรืออาหารคาวหวานอีกต่อไป
  • Sauvignon Rhum ดับความเผ็ดร้อนด้วยค็อกเทลเบาๆ สำหรับหญิงสาว Phraya Rum ผสมน้ำผลไม้ที่หาได้จากเมืองไทยคือรสชาติที่ชินโกอยากให้เหมาะกับภูมิอากาศเขตร้อนชื้นของที่นี่  และที่แปลกมากๆ คือ ค็อกเทลแก้วนี้ผ่าน กระบวนการทำอย่างพิถีพิถัน ซึ่งรสชาติที่ได้เหมือนดื่มไวน์ขาว
  • Coco No.1 (Ichiban) ความเผ็ดร้อนกลับมาอีกครั้ง หลังจากให้เราพักหายใจหายคอเพียงชั่วครู่ การผสมรัมเข้ากับความร้อนแรงของผงกะหรี่และมะพร้าวเผา ทำให้ได้มุมมองที่ต่างออกไปจากส้มตำ
  • Sawadee Cup การพยายามใช้ชื่อเมนูเป็นภาษาคาราโอเกะ ทำให้เรารู้ว่าเขามีความน่ารักขี้เล่นขนาดไหน และสวัสดีเรียกได้ว่าเป็นเมนูปิดท้ายของเซตที่สวยงาม เพราะมีส่วนผสมของรัม พระยา ชาไทยและวัตถุดิบเครื่องเทศ นั่นถือเป็นประตูการต้อนรับแสนอบอุ่นของชินโกในการมาเยือนเมืองไทย

Steve Schneider

Steve Schneider อีกหนึ่งมิกโซโลจิสต์ที่ชวนหลงเสน่ห์ไม่แพ้ชินโก ยืนประจำอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของบาร์ รอยยิ้มและสีหน้าที่ดูจริงจังไม่ได้ทำให้เขาดูน่ากลัวสักเท่าไร แต่กลับน่าจับจ้องวิธีการโชว์ผสมค็อกเทลมากกว่า สตีฟ รังสรรค์ Cocktail เน้นไปทางสายคลาสสิกค็อกเทลซึ่งแฝงไปด้วยรสชาติที่ซับซ้อน ออกมา 4 เมนูเช่นกัน อีกหนึ่งรูปแบบที่แตกต่างจากชินโก เหมือนอีกด้านของทวีปที่อยู่บนผืนดินเดียวกัน

Happy Land

ภาพจากซ้ายไปขวา

  • Happy Land เมืองแห่งความสุขเปิดให้คุณได้ก้าวเท้าเข้ามาเยือนเป็นคนแรกๆ ผักชี เสาวรส และรัม พระยาคือ 3 ทัพหน้าที่ปลุกความตื่นตัวตั้งแต่ได้สัมผัส
  • Wayfarer Fashioned หลังจากคุณพร้อมไปต่อ สตีฟชวนคุณเข้าสู่ความคลาสสิกของแฟชั่นแว่นตาทรงทันสมัยที่มีกลิ่นอายชิคๆ ซ่อนอยู่ บรั่นดีรสแอปเปิ้ล รัมพระยา และน้ำตาล เป็นส่วนผสมที่อ่อนหวานจนเราอยากจะชิม ความหวานไม่ได้โดดขึ้นมา แต่ถือเป็นตัวดึงรสชาติของรัมให้ออกมาชัดเจนยิ่งขึ้นและทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าแก้วไหนๆ
  • Espresso Dos คุณไม่ได้กำลังสั่งเมนูกาแฟ แต่ความเข้มของเอสเพรสโซ่แบบดับเบิ้ล กลายเป็นความขมที่หวาน แต่งกลิ่นน้ำมันมะพร้าวนิดๆ เพื่อให้ดื่มง่ายยิ่งขึ้น
  • Strangers Punch หมัดน็อคเอ้าท์ให้คุณร่วง คอนยัค ส้ม ชาดำ และมิลค์พันช์ ไม่ได้ทำให้คุณไปต่อไม่ได้ แต่เหมือนถูกร่ายมนต์นิดๆ ให้สนุกสนานกำลังดี เมื่อความเปรี้ยว หวาน และขมผสมเป็นความกลมกล่อม

Lucie Noppe จาก Combat Bar

Guest Mixologist คนที่ 6 Lucie Noppe จาก Combat Bar รอคอยเราอยู่ที่ Libération ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจมาจะไม่เจอบาร์ลับแห่งนี้ที่ย่านสุขุมวิท บาร์คราฟต์ค็อกเทลสุดลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 4 ภายในโครงการพิมาน 49 มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์น่าสนใจ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น Speakeasy Bar อีกแห่งของกรุงเทพฯ เพราะภายในบาร์นี้มีอะไรมากมายให้นักดื่มทั้งหลายได้ค้นหา เริ่มตั้งแต่ทางลับที่นำเข้าสู่บาร์ต้องเดินผ่านทางด้านหลังเพื่อขึ้นลิฟท์เล็กๆ ขึ้นไปเจอความพิศวงที่มีหญิงสาวหน้าตาสระสวยรอเราอยู่

Terre

เมนูของลูซี่วันนี้ ยังสะท้อนถึงนิยามธาตุทั้ง 4 ของพระยา ดิน น้ำ ไฟ ลม  ซึ่งเป็นที่มาของแรงบันดาลใจเกิด PHRAYA RUM นั้นเอง เธอใช้ภาษาฝรั่งเศสเรียกเมนูเครื่องดื่มของเธอในค่ำคืนนี้ ได้แก่

Terre “ดิน”

ภาพจากซ้ายไปขวา

  • Terre “ดิน ที่รสชาติกำลังดีและจิบได้ตลอดคืนมีส่วนผสมของรัมพระยาและสับปะรดที่ชูความเปรี้ยวขึ้นมา พร้อมติดหวานที่ปลายลิ้นนิดๆ พิษสงยังไม่มากนักสำหรับค่ำคืนนี้
  • Feu ขึ้นชื่อว่า “ไฟ แทบจะเผาให้วอดวาย เราขอยกให้แก้วนี้เป็น The Best ของค่ำคืน เพราะนอกจากจะใช้รัมพระยาที่มีความเผ็ดร้อน ลูซี่ยังซ่อนวัตถุดิบลับอย่างขิงและส้มที่เปิดประสาทของความร้อนแรงให้เราได้ลิ้มลอง และเรียกว่าเป็นตัวไอคอนที่พร้อมสอยเราร่วงได้ตลอดเวลา
  • Eau เมื่อ “น้ำต้องเข้ามาช่วยดับความร้อนแรง เธอจึงพาคุณล่องลอยไปกับความซ่าของโซดา อมเปรี้ยวนิดๆ ให้ดื่มได้ลื่นคอ พร้อมกับใบมิ้นท์ที่ชูในเรื่องกลิ่นสัมผัสราวกับต้องมนต์บนเมนูพิเศษนี้
  • Air ยังไม่หมดของความหฤหรรษ์ ปิดท้ายด้วยเมนูเครื่องดื่มเบาๆ ราวกับ “ลมล่องลอยในอากาศ ลูซี่ยังคงใช้มิ้นท์มาบดขยี้กลบกลิ่นความร้อนแรงของรัมให้อยู่ในจังหวะที่พอเหมาะ และดื่มได้สบายๆ ยาวๆ ตลอดคืน

 Havana Social ซอยสุขุมวิท 11

ปิดฉากด้วย Guest Mixologist  คนสุดท้ายที่พาเราหลงทางไปเสียไกล เพราะนี่คืออีก 1 บาร์ลับสุดท้ายที่ซ้อนตัวแบบหาได้ยากนักแต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ที่ Havana Social ซอยสุขุมวิท 11 ก่อนจะเข้าคุณต้องใช้โทรศัพท์แบบโบราณเพื่อกดรหัสสำหรับเข้าร้าน โดยรหัสจะเปลี่ยนไปแต่ละวันไม่ซ้ำกัน เมื่อเข้ามาภายในเหมือนหลุดมาอยู่อีกโลก บาร์วินเทจที่จำลองบรรยากาศของคิวบาในยุค ’40s ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ภายใต้แสงสลัว ๆ นี้ เราจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แปลกตา บาร์ไม้ขนาดใหญ่และเก้าอี้สตูลหวายให้ลุคขรึม ๆ ปนกับความหรูหราเล็กน้อย ผนังของร้านถูกทำให้ดูเก่าด้วยสีทึม ๆ  รวมถึงพื้นก็เล่นกับเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่าง มีทั้งพื้นไม้และกระเบื้องลวดลายสวยงาม หลังเคาน์เตอร์บาร์วันนี้เป็น Guest Mixologist จาก เซียงไฮ้

Kazuhisa Arai จาก Sober Company

Kazuhisa Arai จาก Sober Company ถึงชื่อจะมาจากญี่ปุ่น แต่เขาได้ไปถ่ายทอดฝีมือการมิกซ์เครื่องดื่มที่เซี่ยงไฮ้ ผู้ชายคนนี้แม้จะไม่พูดมาก แต่สายตาและสีหน้าที่จริงจังในการบรรจงปรุงเครื่องดื่มให้เราได้ชิม ช่างดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก และแน่นอนว่ารสชาติก็ไม่ธรรมดาอย่างที่ตั้งใจ

Uncoffee Tonic

ภาพจากซ้ายไปขวา

  • Uncoffee Tonic กาแฟมาเป็นเพียงกลิ่น ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นรสสัมผัส แก้วนี้น่าจะเป็นตัวเปิดประสาทสัมผัสรับรสได้ดีตั้งแต่เริ่มต้น ประดับด้วยไม้พุ่มที่มีความละมุนละไม เหมาะกับให้สาวๆ ได้ดื่มพอดีๆ ทั้งคืน
  • Jasmine Pina Colada ความหอมของจัสมินนั้นลอยขึ้นมาเตะจมูกตั้งแต่แรกสัมผัส แก้วนี้อ่อนหวานราวดอกไม้ที่อาบยาพิษ แม้จะอ่อนโยนแต่ก็ซ่อนพิษรัมที่ร้อนแรงไว้ภายใน
  • Garden Seeds แก้วนี้ยกมาทั้งพฤกษศาสตร์ เมล็ดพันธุ์ธัญพืชที่ให้คุณทิ้งตัวลงกลางผืนป่า ถูกจัดวางอย่างพอดีลงในแก้ว สามารถปลุกอารมณ์ให้ตื่นตัว ก่อนจะสวมหมวกและออกเต้นไปกับจังหวะเพลงลาตินสนุกๆ ที่เป็นกิมมิกของ Havana Social
  • Chai – Yo! #2 หมดเวลาแล้วของค่ำคืนนี้ขอแสดงความยินดี “ไชโย” กับ #2 เพราะไชโย #1 เคยถูกใช้มาก่อนแล้ว Kazuhisa Arai จึงขอใช้ชื่อนี้อีกครั้งในบริบทที่ต่างออกไป แต่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงด้วยเสน่ห์ของรัมที่ติดลิ้นสัมผัสและกลิ่นยังคงฟุ้งกระจายอยู่ทั่วคอ

ปิดฉากลงอย่างสวยงามสำหรับเทศกาล Thailand Rum Cocktail Week 2019 ที่ทำให้เราได้สนุกกับ Guest Mixologists มากมายจากทั่วโลก และดื่มด่ำรสชาติของ PHRAYA Rum ในมุมมองที่ต่างออกไปได้หลากรูปแบบ แต่สุดท้ายก็ยังคงความมีเอกลักษณ์ไม่หนีหายตัวตนความร้อนแรงที่แสดงออกอย่างชัดเจน และกลิ่นสัมผัสหวานติดปลายลิ้นที่ยังคงอบอวลอยู่ในลำคอ และคุณยังสามารถลิ้มลองได้ตลอดทุกซีซั่นในรูปแบบของค็อกเทลสุดอร่อย ผ่านการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษจากบาร์ชั้นนำทั่วประเทศ

keyboard_arrow_up