ฟาน – พิชญะ ภู่ไพบูลย์ || I am what I wear. อะไรคือสิ่งที่เขามองตัวเองว่า “แปลก”

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์
ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ฟาน – พิชญะ ภู่ไพบูลย์ || อะไรคือสิ่งที่เขามองตัวเองว่า “แปลก”

WHO : ฟาน – พิชญะ ภู่ไพบูลย์ ช่างภาพไลฟ์สไตล์สุดแนว ที่เด็กวัยรุ่นหลายคนอยากร่วมงานกับเขาสักครั้ง ทั้งรสนิยมการแต่งตัว สไตล์การถ่ายภาพ และการมองโลก ทำให้เขาให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็น “คนแปลก”

วันนี้เรามีนัดคุยกันกับช่างภาพหนุ่มสุดแนว ฟาน – พิชญะ ภู่ไพบูลย์ ที่ Weirdvisuel Lifestyle Media Studio สตูดิโอส่วนตัวของเขาย่านอ่อนนุช นอกจากที่เขาจะเป็นช่างภาพหนุ่มแนวไลฟ์สไตล์ที่มีสไตล์การถ่ายภาพไม่เหมือนใครแล้ว ฟาน ยังพ่วงตำแหน่ง Media Director ดูแลภาพถ่าย งานวิดีโอ งานสื่อต่างๆ ของ Smile Club Thailand เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสไตล์การแต่งตัวเท่ๆ ของ พีช พชร จิราธิวัฒน์ ยังไม่หมดนะครับ ฟานยังมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองชื่อว่า Frere Bkk และเป็น Creative Consultant ของ Carnival BKK อีกด้วย

แค่ไล่หน้าที่การงานก็ยาวเป็นหางว่าวแล้ว เอาเป็นว่า วันนี้ผมจะค่อยๆ พาทุกคนไปทำความรู้จักช่างภาพหนุ่มคนนี้ผ่านบทสนทนาด้านล่างนี้ละกันนะครับ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ฟาน เริ่มถ่ายรูปตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ

ฟานชอบถ่ายรูปตั้งแต่อายุ 14 ครับ ตอนนั้นฟานชอบเล่นสเก็ตบอร์ดมาก ฟานเริ่มต้นถ่ายรูป เพราะอยากถ่ายภาพสเก็ตบอร์ดครับ แต่ฟานไม่ได้เรียนถ่ายรูป สมัยนั้นฟานจะอ่านจากหนังสือ “ตากล้องต้องรู้” “108 วิธี กล้องดิจิทัล” “ทริคการถ่ายรูป” ประมาณนี้ครับ

กล้องตัวแรกที่ฟานจับถ่ายรูป เป็นกล้องรุ่นไหนครับ

ถ้าเป็นกล้องฟิล์ม จะเป็นกล้อง Canon ของคุณพ่อครับ หน้าตาจะคล้ายกับ FM2 ของ Nikon แต่ฟานจำไม่ได้แล้วว่ารุ่นอะไร แต่ถ้ากล้องดิจิทัล ตัวแรกจะเป็น Canon PowerShot A640 มั้งครับ ถ้าจำเป็นไม่ผิดนะครับ (หัวเราะ)

แล้วก็ถ่ายมาเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งครับ ฟานไปเจอกับงานศิลปะ ช่วงนั้นอยู่ ม.ปลาย ครับ ก็เริ่มวาดรูป พอวาดรูปไปสักพัก ก็เริ่มชอบแฟชั่น ฟานก็เลยทำกระเป๋าขายเป็นแบรนด์ของตัวเอง เพื่อซื้อกล้อง DSLR

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ช่วงนั้นที่ทำแบรนด์กระเป๋าขาย ฟานอายุเท่าไหร่ครับ

ตอนนั้นฟานอายุ 18 ครับ ฟานเรียนรู้เรื่องกล้องจากหนังสือมาสี่ปี แล้วมาทำแบรนด์กระเป๋าตอนอายุ 18 เพื่อซื้อกล้อง กล้องตัวแรกที่ซื้อคือ Canon 5D Mark II พอได้กล้องมาก็ถ่ายรูปจริงจังขึ้น ช่วงนั้นฟานจะชอบถ่ายภาพแนว landscape แล้วก็ภาพคนครับ

“เมื่อแบบเราดื่ม เราดื่มด้วย เมื่อแบบเราสนุก เราสนุกด้วย”

แล้วตอนนี้ชอบถ่ายรูปแนวไหนครับ

จริงๆ แล้ว ฟานจะเรียกภาพถ่ายของตัวเองว่าเป็น ภาพไลฟ์สไตล์ ครับ ฟานจะรู้สึกมากๆ เวลาฟานไปเที่ยว แล้วฟานรู้สึกอยากจะถ่าย เมื่อแบบเราดื่ม เราดื่มด้วย เมื่อแบบเราสนุก เราสนุกด้วย เพื่อให้ได้ฟีล และทลายกำแพงระหว่างเรากับแบบนั้นออกด้วย พอฟานรู้สึกอยากถ่าย ก็ถ่ายเลย ฟานไม่รู้หรอกว่าชัดหรือเปล่า แต่รู้สึกว่า เค้าจะจำโมเม้นต์นั้นได้ เราก็จะจำโมเม้นต์นั้นได้ อย่างเช่น “ภาพนนี้พี่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่เลยว่ะ” เค้าจะจำโมเม้นต์ของตัวเองได้แน่นอน

แล้วฟานใช้ความชอบในการถ่ายภาพแนวนี้กับมีเดียของ Smile Club ยังไงบ้างครับ

อืมมม…จริงๆ มีเดียของ Smile Club จะเป็นภาพสวยครับ ภาพสวยในที่นี้หมายถึง ภาพคมชัด เล่าเรื่องได้ชัดเจน แต่ว่า สไตล์ที่ฟานเอามาใช้คือ โมเม้นต์ของคนมากกว่า บันทึกเฟรมนั้นให้มันสวยครับ คือฟานไม่ค่อยชอบเซ็ตอะไรเลยครับ ฟานถึงตั้งชื่อสตูดิโอของฟานว่า Weirdvisuel Lifestyle Media Studio

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ชื่อนี้…มีที่มายังไงครับ

ฟานรู้สึกว่าตัวเองเป็น “คนแปลก” ครับ ฟานชอบทำอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนคนอื่นตั้งแต่เด็กแล้วครับ อย่างวาดรูป ฟานก็วาดอยู่คนเดียว เล่นสเก็ตบอร์ด ก็เล่นอยู่คนเดียวในโรงเรียน ช่วงนั้นฟานอยู่ในโรงเรียนประจำ คนอื่นเค้าก็ไปเตะฟุตบอล เล่นบาส แต่ฟานเล่นสเก็ตบอร์ด ด้วยสังคมสเก็ตบอร์ดเป็นสังคมที่เล็กมาก ฟานเลยดูแปลกกว่าเพื่อนคนอื่นๆ

ฟานเรียนโรงเรียนประจำที่ไหนครับ

ตอนประถมฟานเรียนโรงเรียนที่เกาะสมุยครับ พื้นเพฟานเป็นคนสมุย พอจะเข้า ม.1 คุณแม่ก็อยากให้ฟานเรียนโรงเรียนดีดีเลยจะส่งมาเรียนที่แผ่นดินใหญ่ แต่ด้วยความที่ฟานเป็นลูกคนเดียว ไม่อยากจะฝากญาติอะไร คุณแม่ขี้เกรงใจครับ คุณแม่ก็บอกกับฟานตั้งแต่เด็กว่า เราจะต้องไปอยู่โรงเรียนประจำนะ ฟานก็เฉยๆ ไปอยู่ก็ได้ครับ

พอเข้า ม.1 ก็เข้าโรงเรียนประจำที่จังหวัดเพชรบุรีแห่งหนึ่ง เรียนได้หนึ่งปีก็ย้าย ด้วยบรรยากาศหอพักไม่ค่อยดี เพราะมีกลุ่มนักเรียนทุนนักกีฬามาอยู่รวมกับเรา ไลฟ์สไตล์บางคนค่อนข้างเถื่อนหน่อย คุณพ่อเห็นว่าเริ่มไม่เวิร์กก็เลยให้ย้ายไปอยู่ โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย ที่ราชบุรี เป็นโรงเรียนเครือเดียวกันกับ เซนต์ดอมินิก ตอนนั้นเค้าขึ้นชื่อว่าเป็น โรงเรียนประจำอันดับสามของประเทศ (อันดับหนึ่งคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย อันดับสองคือ โรงเรียน ภปร.ราชวิทยาลัย นครปฐม) ฟานก็เรียนอยู่โรงเรียนนี้จนจบ ม.6 ครับ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ชีวิตในโรงเรียนประจำ เป็นยังไงบ้างครับ

การใช้ชีวิตในโรงเรียนประจำทำให้ฟานกลายเป็นเด็กขยันเรียนนะครับ ฟานเองก็ชอบโรงเรียนประจำนะครับ แต่ด้วยความที่คุณพ่อคุณแม่ฟานเป็น ฮิปปี้ ถือได้ว่าเป็นฮิปปี้กลุ่มแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ครับ มีชื่อกลุ่มว่า “พันธุ์หมาบ้า” เราก็เห็นไลฟ์สไตล์ของคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก พอเราเข้าโรงเรียนประจำ เราก็ชอบวาดรูป ทำนู่นทำนี่มาเรื่อย ในชีวิตโรงเรียนประจำเราก็เลยดูแปลกกว่าเพื่อน แล้วเราก็มาค้นหาคำว่า “แปลก” ว่าเค้าใช้คำว่าอะไร จนมาเจอคำว่า “weird” เราก็คำนี้มาตลอด ตอนแรกเราก็ใช้คำว่า “weird” เฉยๆ พอเรามาทำแบรนด์ก็ใช้คำว่า “Weirddog” จริงๆ มันมาจากเราทำสิ่งที่ไม่เหมือนกับคนอื่น แล้วคนอื่นไม่ค่อยเข้าใจเราเท่าไหร่

ถ้าจะให้ฟานลองนิยามความเป็นตัวเองดูบ้าง ฟานมองว่า ” ฟาน – พิชญะ ภู่ไพบูลย์ “เป็นคนยังไงครับ

จริงๆ แล้ว น่าจะใช้คำว่า “แปลก” นี่แหละครับ ค่อนข้างแปลก ฟานเป็นคนชอบแต่งตัวแปลกๆ หน่อย

ที่บอกว่า “ชอบแต่งตัวแปลกๆ” มันแปลกยังไงครับ

ฟานไม่มีสไตล์ที่ตายตัว ขอเรียกว่าเป็นสไตล์ มิกซ์แอนด์แม็ตช์ มากกว่าครับ อย่างเช่น เราต้องไปถ่ายเอ็มวีให้วงฮิพฮอพ ฟานก็แต่งตัวแบบฮิพฮอพไปเลย เปิดเพลงฮิพฮอพตั้งแต่ตื่น บิวด์ตัวเองไปทั้งวัน แต่ถ้าวันไหนไปถ่ายร็อค ฟานก็แต่งเป็นร็อค แต่ที่บอกว่า “แปลก” เนี่ย คือ ไม่ว่าจะแต่งตัวสไตล์ไหนไปทำงาน สุดท้ายมันจะมีกลิ่นที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนใครครับ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

แล้วสไตล์ไหนที่ฟานชอบมากที่สุดครับ

ฟานชอบร็อคครับ ทุกอย่างที่เป็นร็อค แต่มันจะมีความหนักเบาของร็อคในแต่ละวันไป ต่อให้ฟานที่เป็นฮิพฮอพ ฟานก็จะใส่ขาเดฟ แต่เป็นเสื้อทัวร์วงฮิพฮอพ อะไรแบบนี้ครับ

ในช่วงก่อนหน้านี้มันมีกระแส แนว SWAG เข้ามาในเมืองไทย สำหรับฟานมองแฟชั่นแนวนี้ยังไงครับ

ฟานมองว่ามันดีนะ ด้วยความที่ฟานชอบแต่งตัวแนวสตรีทมาก่อน ในยุคที่สตรีทแวร์มันรุ่งเรืองมาก ก่อนที่จะโดนกระแสวินเทจกลบทุกอย่าง คือนิ่งเลย แม้แต่เหล่าสตรีทแวร์ทั้งหมดเองก็กลายเป็นวินเทจ ไปทำเสื้อฟ้า-กางเกงครีม อะไรแบบนี้ ซึ่งตัวฟานเอง ในเวย์นั้นก็ไปนะครับ มันคือการลองครับ แต่พอกระแส SWAG กลับมา ตอนนั้นฟานเองก็ไม่ได้เป็น SWAGGER แล้ว ฟานยังเป็นวินเทจอยู่ ใส่เสื้อตัวเก่า รองเท้าคอนเวิร์สวินเทจ ประมาณนี้ครับ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

“สตรีทแวร์ มันคือสิ่งที่ใช้เดินบนถนนได้จริงๆ นั่นแหละ ขึ้นอยู่ว่า คุณจะกล้ามากแค่ไหนมากกว่า

สำหรับฟานแล้ว มองว่า สตรีทแวร์ คืออะไร

สตรีทแวร์ มันคือสิ่งที่ใช้เดินบนถนนได้จริงๆ นั่นแหละ ขึ้นอยู่ว่า คุณจะกล้ามากแค่ไหนมากกว่า จริงๆ แล้ว สตรีทแวร์ คือไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่า ฟานเชื่ออย่างนั้น เพราะสตรีทแวร์มันไม่ได้เกิดจากคำว่า “สตรีทแวร์” เฉยๆ จริงๆ แล้ว มันคือคัลเจอร์ต่างๆ บนสตรีท ไม่ว่าเป็น สเก็ตบอร์ด ดนตรีข้างถนน หรือการไปเที่ยวกับเพื่อน การเดินถ่ายรูป ฟานมองว่า มันคือสตรีทแวร์ทั้งหมดเลย

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

พูดถึงอีกหนึ่งบทบาทของ ฟาน กับการเป็นสไตลิสต์ให้กับ พีช พชร

พีชเป็นคนชอบดนตรีครับ แล้วทำดนตรีอยู่ด้วย แต่คนรู้น้อยมาก คือเค้าเป็นแนว Serious Music Maker

พีชเล่นดนตรีแนวไหนครับ

พีชเล่นแนว Post Rock แต่ก็ชอบแนว Beat Pop ครับ พีชเป็นคนรู้ดนตรีลึกมาก แต่น้อยคนนักจะรู้ครับ

โพสต์ที่แชร์โดย PITHCHAYA. POOPAIBOOL (@weirdvisuel_weirdvisuel) เมื่อ

แล้วฟานมาทำเสื้อผ้าให้กับ พีช พชร ได้ยังไงครับ

มันมีอยู่วันหนึ่งครับ พีชไลน์มาบอกว่า “พี่ วันนี้ผมเข้าสตูดิโอนะ” ฟานก็ตามไปถ่ายรูปเล่น แล้วฟานก็บอกกับพีชว่า “พีช น่าจะมีสไตลิสต์ส่วนตัวนะ” เพราะว่าพีชเล่นดนตรีเก่งทุกอย่าง แต่ภาพลักษณ์มันก็สำคัญเหมือนกัน เมื่ออยู่บนเวที พีชเค้าก็แบบ โอเค เห็นด้วย หลังจากวันนั้น ฟานก็เริ่มสไตลิ่งให้กับพีชเรื่อยมาครับ

การจะเป็นสไตลิสต์ส่วนตัวได้นั้น ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้างครับ

ส่วนตัว ฟานไม่เชื่อเรื่องยี่ห้อ แต่เราใส่ยี่ห้อได้นะ ในความหมายของฟานคือ ฟานไม่เชื่อว่า คณใส่แจ๊คเก็ตยี่ห้อนี้ราคาสองแสนแล้วจะเท่นะ มันก็มีส่วนสำหรับคนแฟชั่นมองนะ แต่การจะเป็นสไตลิสต์ที่ดีได้นั้น คือคุณต้องมิกซ์แอนด์แม็ตช์เป็น มากกว่า ถ้าฟานได้โจทย์มา ให้เลือกเสื้อผ้าในห้างโลตัส ฟานก็สามารถทำให้คนๆ นั้นเท่ได้เหมือนกันด้วยเสื้อผ้าในโลตัส

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ก่อนที่เราจะเริ่มสไตลิ่งให้ใครสักคน ฟานจะเริ่มต้นยังไงครับ

ฟานจะเริ่มต้นจากการคุยก่อนครับ ว่าชอบอะไร ทุกวันนี้ชอบฟังเพลงอะไร ดื่มเหล้ามั้ย กินกาแฟรึเปล่า กินกาแฟประเภทไหน มันสำคัญหมดครับ

สิ่งพวกนี้มันสำคัญต่อการสไตลิ่งยังไงครับ ฟานช่วยอธิบายให้เราฟังหน่อย

มันสำคัญตรงที่ว่า การเป็นสไตลิสต์ที่ดี เราจะไม่เปลี่ยนเค้าร้อยเปอร์เซ็นต์ ฟานเชื่อว่า เปลี่ยนให้เค้าแล้ว เค้าต้องแฮ้ปปี้ เวลาฟานทำสไตลิสต์ ฟานจะซีเรียสมาก ฟานไม่รู้ว่าคนอื่นๆ เค้าทำยังไง แต่ฟานทำโปรดักชั่นด้วยใช่มั้ยครับ เวลาที่ฟานทำสไตลิสต์หนึ่งซีซั่นเนี่ย ฟานจะทำเพจพรีเซ้นต์ เหมือนไปพรีเซ้นต์ลูกค้าอ่ะครับ

อย่างช่วงหนึ่ง กรันจ์ ยุค 90 เข้ามา ตอนทำเสื้อผ้าให้พีช ฟานจะเลือกไอเท็มฮิพฮอพที่มีกลิ่นอายความเป็นกรันจ์ใส่เข้ามาด้วย เช่น เสื้อลายสก็อตแต่เป็นไซส์ XL ฟานก็หาๆ มา แล้วมาคุยกับพีช ฟานขอบัญญัติให้พีชว่า กรันจ์แร็พ ละกัน (หัวเราะ) มันคือ กรันจ์ของยุค90 แต่ก็มีฮิพฮอพ สตรีทแวร์ใส่เข้าไปด้วย แบบนี้ครับ

หรือช่วงหนึ่ง สีตุ่น อย่าง สีเบจ สีเทา กำลังมา แล้วโจทย์จะต้องมีความขาว-ดำ อยู่ด้วย มันมีความ SWAGGER หรือ Long-T มาผสม ฟานเลยใช้ชื่อว่า Molenochrome มาจาก mole บวกกับคำว่า monochrome เพื่อสโคปสไตล์ให้มันชัดขึ้น

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ความยาก-ง่ายในการสไตลลิ่งให้ พีช พชร คืออะไรครับ

กล้ามครับ(หัวเราะ) คือพีชเป็นนักแสดง จะต้องฟิตหุ่นเพื่อถ่ายแบบ ถ่ายละคร พอกล้ามใหญ่มากๆ การสไตลิ่งจะถูกบีบ อย่างเช่น คุณจะเป็นร็อค แต่กล้ามใหญ่มากๆ เสื้อจะเริ่มไม่ร็อค เพราะเสื้อจะต้องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ ก็เป็นแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวครับ เพราะว่าพีชค่อนข้างจะคุยกับฟานรู้เรื่องมากๆ ตรงที่ว่า เราชอบดนตรีเหมือนกัน หรือชอบอะไรเหมือนๆ กันเยอะมาก ทุกๆ เช้า พีชจะมาบอกว่า วันนี้ผมจะไปงานนี้ เย็นนี้ผมจะไปงานนั้น ใส่อะไรดี เราก็ต้องไปจัดให้ ที่สำคัญ สไตลิสต์ที่ดีจะต้องรู้จักกาลเทศะด้วยครับ

โพสต์ที่แชร์โดย PITHCHAYA. POOPAIBOOL (@weirdvisuel_weirdvisuel) เมื่อ

แล้ววันว่างของพีช ฟานต้องจัดเสื้อผ้าให้ด้วยมั้ยครับ

จัดครับ คือฟานเป็น Personal Stylist เวลาพีชบอกว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อน ฟานจะถามต่อว่า ไปกินที่ไหน ถ้าสมมติไปกินข้าวกับเพื่อนที่สยามสแควร์ ก็สบายๆ เปลี่ยนไปตามกาลเทศะ สถานที่ และเวลาครับ

ฟานมีแหล่งตามหาเสื้อผ้าให้พีชที่ไหนบ้างครับ

จริงๆ ก็ทั่วๆ ไปนะครับ ในประเทศไทยไม่มีตายตัว มันมีหมดเลย ช่วงนี้ฟานจะผสมวินเทจเข้าไป มีทั้งสวนจตุจักร ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ต่างๆ ต่างประเทศบ้าง แล้วก็หาทางออนไลน์ จริงๆ แล้วก็คือทุกที่นั่นแหละครับ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

มาพูดคุยถึงงานโปรดักชั่นที่ฟานทำอยู่บ้างดีกว่า ฟานเริ่มทำตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ

ฟานทำโปรดักชั่นมาหกปี เริ่มทำตั้งแต่เรียนอยู่ปีสอง เริ่มจาก ถือไฟ ไล่จนมาเป็น ไดเร็กเตอร์ แล้ว ตอนอยู่ปีสี่ ฟานเป็นครีเอทีฟที่แกรมมี่ ทำได้อยู่ครึ่งปี แล้วก็ขอออกมาทำธีสิสให้จบ ระหว่างนั้นฟานก็ทำเป็นฟรีแลนซ์ ก็ทำมาตลอดครับ วันหนึ่งก็เดินเข้าไปทำดีไซเนอร์ที่เพลย์ฮาวน์จนแบรนด์ปิดตัวไปครับ

ฟานเรียนจบทางด้านไหนมาครับ

คณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิตครับ จริงๆ มันก็มีเอกโฟโต้นะครับ แต่ตอนนั้นฟานคิดว่า ฟานถ่ายรูปเป็นแล้ว ไม่ได้ห้าว ไม่ได้รู้สึกว่าเก่งอะไรนะครับ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็คิดนะ ดีแล้วตอนนั้นไม่เลือกเรียนเอกโฟโต้ ไม่อย่างนั้นเราจะติดอยู่ในกรอบของโฟโต้แน่นอน เพราะเอกโฟโต้มันคือ โปรเฟสชั่นนัลมากครับ ฟานรู้ว่า ถ้าเลือกเรียนโฟโต้ ฟานจะถูกพาไปในทางนั้น ฟานเลยเลือกเรียนวาดรูปครับ แต่ฟานก็ไม่ได้เรียนวาดรูปอย่างเดียว ฟานเรียนเอกนิเทศศิลป์ครับ ฟานได้เรียนหมดทั้ง ครีเอทีฟ โฆษณา หนัง viral ภาพถ่าย แล้วก็วาดรูปสีน้ำ สีน้ำมัน

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ตอนนี้รับงานโปรดักชั่นแนวไหนอยู่บ้างครับ

อย่างตอนนี้ฟานดูแลร้านรองเท้าที่ชื่อว่า Seek เป็นร้านรองเท้าสปอร์ตแวร์ของสิงคโปร์แล้วเค้ามาเปิดในเมืองไทย ฟานจะดูแลเรื่องภาพถ่ายและวิดีโอ เวลาที่มีโปรดักใหม่ๆ เข้ามา

นอกจากที่ฟานเป็นสไตลิสต์ส่วนตัวให้พีชแล้ว ฟานยังสร้างทีมสไตลิสต์ขึ้นมาดูทีมดีเจชื่อ MAKE YOU FREAK ด้วยครับ บังเอิญฟานไปเจอพี่ดีเจกลุ่มนี้แล้วเราก็ไปจัดชุดให้เค้า เราก็ทำภาพออกไป นอกจากภาพดีเจที่ถ่ายไฟสวยๆ ซึ่งพวกนี้ฟานแทบไม่สนเลย บางทีฟานจะถ่ายภาพเห็นแค่มือด้วยกล้องแฟลช เน้นฟีลมากกว่าครับ

ฟานตั้งโจทย์ สำหรับ MAKE YOU FREAK ยังไงครับ

ฟานมองว่า คนที่เป็นดีเจเค้าแต่งตัวอยู่แล้วล่ะ โจทย์ของฟานและ Weirdvisuel Studio เนี่ย พวกเค้าจะต้องเข้ามาอยู่ในแฟชั่นซีนได้ วันหนึ่งคุณอาจไปเดินอยู่ในงานแฟชั่นวีค เพราะคุณ Good Style จึงมีคนเชิญคุณไป คุณอาจถูกถ่ายภาพขณะอยู่ในงาน อะไรแบบนี้ครับ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

อะไรคือ ซิกเนเจอร์ การถ่ายภาพของฟานครับ

จริงๆ ก็น่าจะเป็น ไลฟ์สไตล์ ล้วนๆ ครับ เหมือนนั่งๆ คุยกันอยู่เนี่ย ฟานรู้สึกอยากถ่ายพี่ ฟานก็ถ่ายเลย ฟานไม่รู้เลยว่า ชัดรึเปล่า มันอาจจะไปชัดตู้เย็นด้านหลังก็ได้ (หัวเราะ) ซึ่งแรกๆ ก็ยากครับ เมื่อสามปีที่แล้ว ฟานเคยเอางานภาพถ่ายสไตล์ฟานไปขายลูกค้าในหลายๆ ที่ เราถ่ายสไตล์นี้ คุณสนใจมั้ย ปรากฏว่า ไม่มีใครสนใจเลย

เป็นเพราะเมื่อสามปีที่แล้ว วัฒนธรรมการถ่ายแนวนี้มันยังไม่เข้ามาหรือเปล่าครับ

ใช่ ใช่ครับ ฟานก็มองว่าอย่างนั้น ฟานถ่ายมาสามสี่ปีมาแล้ว ตอนนี้ในเมืองไทยก็เปิดกว้างมากขึ้น ปัจจุบันแบรนด์ไฮเอนท์ก็กล้าถ่ายภาพแนวนี้แล้ว

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

สไตล์นี้มันคือการถ่ายภาพแนว candid ใช่มั้ยครับ

มันก็ใช่ครับ แต่ภาพถ่ายของฟานมันเป็น candid ที่เรียลกว่า หนึ่งคือ ฟานใช้กล้องฟิล์ม สองคือ ฟานรู้สึกแล้วถ่ายเลย ฟานรู้สึกว่า เมื่อฟานได้กล้องที่ดีแบบกล้อง HD ฟานไม่ได้ฟีลนั้นเลย อารมณ์มันไม่ได้ ทุกอย่างมันคมชัดไปหมด กล้องดิจิทัล ต่อให้ถ่ายดีแค่ไหน ก็แต่งไม่ได้เหมือนภาพถ่ายจากกล้องฟิล์ม ฟานชอบเสน่ห์ตรงนั้น อีกอย่างคือ เรื่องคอมโพสสำหรับฟาน มันสำคัญที่สุด สำคัญกว่า มูลค่ากล้องและคุณภาพกล้อง ซะอีก

ณ วันนั้น ไม่มีใครสนใจเลย แม้กระทั่งวิดีโอในสไตล์ที่ฟานทำ ก็ไม่มีใครสนใจ ลูกค้าจะพูดเสมอว่า น้อง พี่ขายได้อยู่แล้ว พี่จะทำวิดีโอทำไม ฟานก็บอกลูกค้าทุกคนว่า “สิ่งที่ผมทำเนี่ย มันไม่ได้ทำให้ยอดขายดีขึ้น แต่มันทำให้แบรนด์และภาพลักษณ์ของพี่ดีขึ้นแน่นอน เพราะเมืองนอกเค้าทำอยู่แล้ว” แต่สามปีที่แล้ว ในเมืองไทยไม่มีใครทำเลย

งานกล้องฟิล์มในสไตล์ฟานมันมีกระบวนการทำงานอย่างไรครับ

ถ่ายรูป ล้างรูป แล้วสแกนภาพออกมาครับ

แล้วเอามาทำ process ต่อในคอมใช่มั้ยครับ

ไม่ครับ สแกนออกมายังไงก็ยังงั้นเลย ไม่ process ใดใดทั้งสิ้นครับ ยกเว้นเป็นงานดิจิทัล แล้วเป็นงานลูกค้าแบบซีเรียส ก็ว่ากันไป

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ชีวิตเรามันเหมือนฟิล์ม เราไม่รู้เลยว่า ถ่ายไปรูปมันจะชัดหรือเปล่า เราไม่รู้เลยว่า มันจะมืดไป หรือสว่างไปหรือเปล่า ชีวิตคนมันก็เป็นอย่างนั้นนะ มันต้องลุ้นตลอดเวลา

มันจะมีจุดหนึ่งที่ฟานเคยทำงานประจำแล้วถีบตัวเองออกมาทำฟรีแลนซ์ ฟานมองว่าฟรีแลนซ์นั้นมีความยาก-ง่ายต่างกับงานประจำยังไงครับ

ฟรีแลนซ์ลุ้นทุกเดือนครับ (หัวเราะร่า) เมื่อก่อนฟานทำงานกับเพื่อนด้วยกันสมัยเรียน ก็มานั่งคุยกัน “เฮ้ย! เดือนนี้ไม่มีงานสักอันเลยว่ะ” เพื่อนก็จะพูด “ใจเย็นๆ เดี๋ยวงานมันก็มา” พอพูดคำนี้ทีไร งานก็มาจริงๆ มายาว-ว-ว ไปอีกสามสี่เดือน แล้วก็หายไป คือมันลุ้นตลอดเวลาครับ

ก่อนที่จะมาทำสตูดิโอที่นี่ เราก็ทำงานแบบสตูดิโอลอย ประชุมงานตามร้านกาแฟ เช่าสตูดิโอถ่าย ตัดต่อกันที่ห้องนอน พอมาสตูดิโอที่นี่มันก็ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น เรามีห้องคุยงาน มีสตูดิโอไซส์เล็ก ไซส์กลาง ที่ถ่ายงานกันได้ ไม่ต้องไปเช่าสตูฯ ข้างนอก

อย่างผนังรูปกล่องฟิล์มเนี่ย ไม่รู้ในโลกมันจะมีหรือเปล่า ฟานก็มอง ชีวิตเรามันเหมือนฟิล์ม เราไม่รู้เลยว่า ถ่ายไปรูปมันจะชัดหรือเปล่า เราไม่รู้เลยว่า มันจะมืดไป หรือสว่างไปหรือเปล่า ชีวิตคนมันก็เป็นอย่างนั้นนะ มันต้องลุ้นตลอดเวลา ฟานได้ไอเดียนี้เลยทำเป็นรูปกล่องฟิล์มเลยครับ แล้วมันก็เป็นฟิล์มรุ่นที่ฟานชอบใช้มากที่สุด

“If You feel it, You do it. It’s good.”

อยากให้บอกอะไรถึงคนที่ทำงานประจำ แล้วรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะออกมาทำอะไรเป็นของตัวเอง หรือเป็นฟรีแลนซ์

อืม-ม-ม ฟานว่าทุกอย่างทดลองได้ครับ ถ้ามันจะล้ม มันก็ล้มด้วยตัวเราเอง สุดท้ายเราจะรู้ว่า เราทำมันสุดแล้ว ถ้ามันไม่ดี เราก็สามารถหาสิ่งใหม่ทำต่อไปได้ ถ้าชีวิตคุณไม่หยุดนิ่ง ฟานมีคำนึงที่ฟานชอบมาก จริงๆ มันเป็นคำพูดมากกว่าเป็น Quote มันเป็นตอนที่ได้ไปถ่ายงานที่เกาหลี แล้วผลงานฟานได้ไปสู่สายตาของ COMME des GARÇONS ไปสู่สายตาของ Dover Street Market ตอนนั้นฟานไปถ่ายให้แบรนด์ 99percentis แล้วเค้าสังเกตฟานว่า you น่ะ นึกอยากถ่ายก็ถ่ายเลย พอถ่ายเสร็จ ฟานไม่รู้ว่า ภาพที่ถ่ายไปมันได้ ไม่ได้ แล้วฟานก็รู้สึกอยากดื่มเบียร์ ฟานก็เดินไปดื่มเลย เค้าบอกกับเราว่า “If You feel it, You do it. It’s good.” (ถ้าคุณรู้สึก คุณทำ มันดีที่สุดแล้ว) ฟานจะบอกน้องๆ เสมอว่า ทำงานชิ้นไหนอยู่ แล้วไม่อินอ่ะ มันไม่ดีนะ คือมันต้องอินกับสิ่งนั้น

เวลาทำงานกับนางแบบนายแบบ เค้ามีงงๆ มั้ย กับการทำงานในแบบของฟาน

มีครับๆ หนึ่ง เราตัวเล็ก สอง เราดูเด็ก สาม เราแต่งตัวจัด ทุกอย่างดูไม่โปรเฟสชั่นนัลเลยนะ แต่ฟานจะมีทริคครับ ก่อนอื่น ฟานจะดูวัยของแบบก่อน ถ้าเป็นวัยรุ่น ฟานจะเดินไปกระซิบเลยว่า “ขอท่าเลวๆ หน่อย” แต่ไม่ได้พูดหน้ากองนะ จะใช้วิธีกระซิบนอกรอบมากกว่า คืองานฟานเนี่ย ไม่ใช่โพสซิ่งสวยไง มันเรียล ฟานก็จะเข้าไปกระซิบแล้วถ่ายเลย

คือตอนนี้คนมาถ่ายฟิล์มกันเยอะมาก เต็มเฟซบุ๊คเลย แล้วกลายเป็นว่า กล้องฟิล์มเดี๋ยวนี้เหลือแค่ตัวละหมื่น สี่หมื่นก็มี แต่ที่พีคคือ ตัวละหกร้อยยังมีเลย แล้วกล้องตัวละหกร้อยก็ถ่ายมู้ดฟิล์มได้เหมือนกัน สุดท้ายมันวัดกันที่คอนเซ็ปต์และคอมโพสิชั่น อุปกรณ์มันไม่เกี่ยวแล้วล่ะ เราก็ต้องหาสไตล์ของตัวเองให้ได้เร็วที่สุด

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

ถ้าคนที่คิดจะเริ่มจับกล้องฟิล์ม แล้วมาถ่ายแนวนี้ แต่ยังไม่แน่ใจว่า จะทำได้หรือเปล่า ฟานจะแนะนำยังไงครับ

ขั้นแรกต้องดูงานเยอะๆ ครับ แต่ฟานจะไม่ดูงานในโซเชียลครับ ฟานถือว่าเป็นจุดแข็งของฟานนะ โซเชียล ฟานใช้ดูเพื่อน ดูผู้หญิง หรือช้อปปิ้ง แต่สำหรับงาน ฟานดูในหนังสือครับ ฟานเป็นคนบ้าหนังสือมาก ฟานคิดว่า ถ้ารูปดีดีมันอยู่ในโซเชียลทั้งหมด บริษัทหนังสือมันต้องเจ๊งแน่นอน ใช่มั้ยครับ แต่สิ่งที่ฟานเจอ งานดีดี อยู่ในหนังสือครับ บางทีในโซเชียลมันก็สวยนะพี่ แต่พอมาเจอในหนังสือแล้ว โอ้โห! คนละเรื่องเลย มันสวยมาก ฟานไม่เคยแคปรูปในโซเชียลเก็บไว้

สำหรับคนที่เริ่มต้นเล่นกล้องฟิล์ม ฟานจะแนะนำตัวไหนให้ครับ

จริงๆ มันอยู่ที่งบประมาณนะ ฟานเป็นคนชอบใช้กล้องแบบ Point-and-shoot ครับ ไม่ใช่ DSLR ไม่ใช่รุ่น FM2 ในศาสตร์กล้องคอมแพ็ค เค้าบอกว่า กล้อง Contax T3 เป็นกล้องคอมแพ็คที่ดีที่สุดในโลก ภาพมันจะคมมาก ได้มู้ดมาก แล้วก็แพงมากด้วยครับ (หัวเราะ) ราคาตอนเปิดในยุค 90 มันน่าจะอยู่ที่สองหมื่นกว่าบาท แต่ราคาตอนนี้อยู่ที่ห้าหมื่นกว่าบาท ส่วนตัวฟานจะชอบมาก หนึ่งคือ พกใส่กระเป๋ากางเกงได้ สองคือ คุณภาพของภาพออกมาก็ดีมากๆ

แล้วฟานก็มีกล้องฟิล์มอีกตัวคือ กล้อง Leica Minilux แต่ก็แพ้ Contax T3 อยู่ดี คือแพ้ตั้งแต่ราคาแล้วครับ กล้อง Leica ราคาหมื่นเก้า กล้อง Contax T3 ฟานซื้อมาตอนนั้น สี่หมื่นกว่าบาทครับ เป็นเรื่องที่แปลกมากที่ราคาสูงกว่ากล้อง Leica

ฟานเจอกล้อง Contax T3 ตัวนี้จากรุ่นพี่คนหนึ่งเค้าแนะนำมา อีกอย่างเป็นกล้องที่ Terry Richardson (นักถ่ายภาพแฟชั่นชื่อดังชาวอเมริกัน) ใช้ในบางครั้งด้วย เทร์รี่จะใช้กล้อง Yashica T4 สลับกับ Contax T3 ครับ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

แรกๆ ฟานจะชอบงานของ Terry Richardson มาก เพราะเค้าชอบถ่ายภาพแฟชั่น แล้วก็เรียลด้วย แต่พอมาหลังๆ ฟานก็หลุด ref. ไปได้ไง อย่างบางที ฟานไปเกาหลี นั่งกินโซจูอยู่ดีดี ฟานก็ถ่ายโซจู มันเป็นโมเม้นต์ที่ดีมากๆ ที่ครั้งหนึ่งเรามาเกาหลี แล้วต้องนั่งกินโซจูใช่มั้ย ฟานก็ถ่ายโซจูเลย

ฟานเป็นคนที่ถ่ายไม่ชอบถ่ายแล้วค่อยมาคิดคอนเซ็ปต์ ฟานหลุดจาก ref. ได้เพราะงานหนึ่ง เป็นงานที่ถ่ายให้ Supreme คือฟานชอบแต่งตัวใช่มั้ยครับ แต่บ้านเราก็ไม่ได้มีตังเยอะ คอนเซ็ปต์คือ ฟานเล่นกับคำว่า “รายได้ต่ำ แต่รสนิยมสูง” ครับ เช่น ภาพเด็ก เด็กคนหนึ่งที่ขายลูกโป่ง แต่ชีวิตวัยรุ่นเด็กคนนี้อยากใส่ Supreme เค้าขายของชิ้นละสิบห้าบาทอยู่ในเพิ่ง แต่ใส่ Supreme เหมือนกันกับ ภาพยาม ยามคนหนึ่งที่ชอบใส่ชุดยูนิฟอร์ม ฟานก็ให้เค้าใส่ THOM BROWNE ทั้งชุด อีกภาพครับ ในยุคหนึ่ง Saint Laurent มาแรงมากในหมู่ Rock and Roll หรือ biker ฟานก็ล้อว่า คนขับมอเตอร์ไซต์ WAVE แต่ใส่ Saint Laurent ทั้งตัวเลย มันดูคอนทราสต์กันดีครับ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

กลับมาคุยถึงไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของฟานบ้างครับ นอกจากที่ชอบถ่ายรูป ฟานชอบทำอะไรอีกบ้างครับ

ฟานชอบเล่นกีตาร์ครับ คือฟานเป็นหลานชายแท้ๆ ของ ป๊อป หินเหล็กไฟ ครับ ฟานก็ชอบกีต้าร์ตามเค้า แต่ฟานจะชอบเล่นแนวบลูส์ครับ แล้วก็ชอบฟังเพลงครับ

ชอบฟังเพลงแนวไหนครับ

ร็อก กับ บลูส์ ครับ จริงๆ ฟานจะชอบฟังดนตรีมาก ฟังได้ทุกแนว แต่ถ้าเล่นจะชอบเล่นแนวบลูส์ครับ ฟานชอบแนวบลูส์มาก ตอนเด็กๆ คุณพ่อจะพาไปงานริมหาด อยู่ใกล้บ้าน มีทุกวันอาทิตย์ ชื่องานว่า Secret Garden คล้ายๆ งาน Made by Legacy แต่เป็นเวอร์ชั่นจิ๋วมากๆ มีคนทำสลัด มีคนทำกาแฟ มีคนทำสปาเก็ตตี้ขายใส่ถาด เดินเข้าไปก็จะมีเวที เค้าจะเล่นเพลงบลูส์ ฟานก็ชอบครับ เพลงบลูส์มันมีเสน่ห์ มันสามารถเล่นให้ไม่จบได้ เล่นโซโล่ไปเรื่อยได้

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

เสน่ห์ของเพลงบลูส์คืออะไรครับ

ความไม่เพอร์เฟ็คท์ครับ อิมโพร์ไวส์สูงมาก เหมือนตัวฟานเลย เป็นคอนเซ็ปต์เดียวกัน ฟานจะชอบฟังเพลงของ Jimi Hendrix , Eric Clapton , Guns N’ Roses , U.F.O. Metallica แล้วก็ Deep Purple ครับ ถ้าเป็นแนวพังค์ก็ชอบ Sex Pistols ประมาณนี้ครับ

พูดถึง กลุ่มเพื่อนของฟานหน่อยครับ

จริงๆ ฟานจะมีเพื่อนอยู่สามกลุ่มหลักๆ ในกรุงเทพฯ นะครับ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มน้องๆ ทีมงาน Weirdvisuel ครับ เราก็จะเจอกันที่สตูดิโอตลอด โชคดีมากที่ทุกคนชอบฟังเพลง ทุกคนชอบแฟชั่น เราก็จะคุยกันเรื่องเพลง เรื่องแฟชั่น ตลอดเวลา ฟานโชคดีมากที่ได้ทีมเป็นทีมนี้ ฟานดีใจนะ อย่างบางคน เค้าตามฟานมาตั้งแต่เค้าอยู่ ม.5 แล้วเค้าก็มาขอฝึกงานกับเรา พอฝึกเสร็จ มีงาน เราก็จ้างเค้า วันนึงเค้ามาบอกกับฟานว่า ผมตามงานพี่ ช่วงชีวิตของพี่ ตั้งแต่ผมอยู่ ม.5 นั่นคือสิ่งแรกที่เรามีพลัง

โพสต์ที่แชร์โดย PITHCHAYA. POOPAIBOOL (@weirdvisuel_weirdvisuel) เมื่อ

น้องคนนั้นเค้าบอกกับฟานหรือเปล่าว่า เค้าชอบอะไรในตัวฟาน

เค้าบอกว่า เค้าชอบงาน ชอบสไตล์ในตัวเรา ชอบการใช้ชีวิตของเราครับ น้องเค้ามาเรียนรังสิตก็เพราะฟาน วันหนึ่งเค้ากลับไปบอกแม่ของเค้าว่า แม่จำพี่คนนี้ได้มั้ย ที่ผมเคยให้แม่ดูรูปตอน ม.5 ตอนนี้ผมได้ทำงานกับพี่เค้าแล้วนะ เรานี่แบบ เฮ้ย! นี่แหละ พลังงานชีวิต ฟานไม่ได้รู้สึกว่า เรานี่เท่จัง แต่ฟานรู้สึกว่า เราต้องเป็นคนดีขึ้นไปอีก ฟานไม่สนคนอื่น แต่ว่าน้องเค้ามองเราอยู่ “เราให้พลังเค้า เค้าให้พลังเรา”

แล้วเพื่อนอีกสองกลุ่มคือกลุ่มไหนครับ

อีกกลุ่มคือ กลุ่ม Smile Club ครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นรุ่นพี่ อย่างพี่โทนี่ พี่ซัน เราทำงานด้วยกันตลอด แต่พวกพี่เค้าโตแล้วบางทีเค้าก็ค่อยมีเวลาออกมาสังสรรค์กันเท่าไหร่ อีกกลุ่ม มีชื่อว่า Frere Boys มีสี่คนคือ ฟาน, พีช พชร, คริส(IG @krissaeng) และกัน (IG @gunnswis) เราชอบแฮงก์เอ้าท์ในที่เงียบๆ เราชอบไป 72 Courtyard เราชอบนั่งดื่มแล้วคุยเรื่องชีวิตกัน ไม่ค่อยไร้สาระ แต่ก็มีคุยเล่น สนุกกันนะครับ

โพสต์ที่แชร์โดย Datebadee Anampong (@hav2roc_smileclub) เมื่อ

นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราได้รู้เกี่ยวกับ พีช พชร เหมือนกัน เราจะเห็นภาพเขาเป็นเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่พอมาฟังที่ฟานเล่า ทำให้เรารู้ว่า พีช เป็นคนที่ดูซีเรียสกับทุกสิ่งด้วยเหมือนกัน

อย่าง พีช พชร เค้าจะเป็นคนที่ซีเรียสกับทุกสิ่ง เป็นคนที่ดีมาก เป็นเพื่อนสนิทมากๆ ของฟานครับ ฟานดีใจนะ วันปีใหม่ เราก็ Say “Happy New Year” กัน เค้าก็บอกกับฟานว่า “พี่ ในชีวิตนี้ ผมมีเพื่อนน้อยนะ แต่พี่เป็นหนึ่งในนั้น” อีกจุดหนึ่งที่คนอาจเกิดคำถาม แต่คอนเซ็ปต์ของฟานคือ ฟานไม่ต้องการเกาะใครดังครับ ถ้าไม่มีการสัมภาษณ์แล้วถามถึง ฟานก็ไม่พูด แม้แต่ใน instagram เอง ฟานก็ไม่เขียนว่า ฟานเป็น Personal Stylist for Peach Pachara ครับ หลายๆ คนมาคุยกับฟานแล้วบอกว่า พีช เท่มาก อยากรู้มากเลยว่าใครทำชุดให้ บางทีฟานก็ไม่ได้บอกว่า เรานี่แหละ ทำให้ (หัวเราะร่า)

ฟานโดนมาเยอะครับ การที่เราอยู่ในกลุ่มพี่ๆ ดารา บางคนก็มองว่า “มึงไม่เหมาะ” “มึงดูอ่อนที่สุดในกลุ่มนั้นนะ” “มึงเกาะเค้าดังนี่หว่า” ฟานก็โดนมาเยอะ จนฟานรู้สึกว่า แล้วแต่จะคิดละกันนะ ฟานคิดอย่างนี้ว่า ฟานรู้ว่าฟานกำลังทำอะไรอยู่ก็พอ

ฟาน - พิชญะ ภู่ไพบูลย์

อยากให้ฟานทิ้งท้ายถึงคนรุ่นใหม่หน่อยครับว่า ก่อนจะค้นหาตัวเอง เค้าต้องดูอะไรบ้าง

ฟานแนะนำสำหรับทุกอาชีพแล้วกันครับว่า วัยรุ่นทุกคน อยากทำอะไร ลองทำให้หมด แล้วทำให้สุดเถอะครับ วันหนึ่งมันจะล้ม มันก็ล้มเพราะเรา แต่เราจะรู้แล้วว่า สิ่งนั้นเราทำสุดพลังแล้ว ทำให้ดี ทำให้บ้าไปเลย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณี แล้วคุณจะต้องเป็นคนที่น่ารัก มีสัมมาคาราวะ แล้วคุณจะเป็น “วัยรุ่นคุณภาพ” ครับ


Interview : ธนกฤต ชัยสุวรรณถาวร

Photo (model) : วาระ สุทธิวรรณ

Location : Weirdvisuel Lifestyle Media Studio

Thanks : IG @weirdvisuel_weirdvisuel , @hav2roc_smileclub

keyboard_arrow_up