เก็บเงินแทบไม่ทัน!! เมื่อไนกี้ออก Air Max มายั่วตายั่วใจให้ตามเก็บกันถึง 8 รุ่น

เก็บเงินแทบไม่ทัน!! เมื่อไนกี้ออก Air Max มายั่วตายั่วใจให้ตามเก็บกันถึง 8 รุ่น 

WHAT: ตามไปดูรองเท้าตระกูล Air Max รุ่นพิเศษทั้ง 8 คู่ โดยเฉพาะ “Nike Air VaporMax” ที่น่าจับตามองมากที่สุด พร้อมวางจำหน่ายในเดือน มี.ค. นี้

อายุไม่น้อยแล้วสำหรับรองเท้าไนกี้ตระกูล Air Max ซึ่งหากนับกันจริงๆ วันที่ 26 มีนาคมนี้ก็เตรียมตัวเป่าเทียนวันเกิดฉลองครบรอบ 30 ปีกันได้เลย ที่สำคัญในวันนั้นยังเป็นวัน Air Max Day ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ไนกี้จะออกรองเท้าตระกูลแอร์แม็กซ์รุ่นใหม่ให้เราได้ตามเก็บ ซึ่งปีนี้ก็ไม่พลาด! เพราะไนกี้ได้ส่ง Nike Air VaporMax ออกมาให้ยลโฉมกันแล้ว

โดยในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ไนกี้วางแผนที่จะนำเสนอรองเท้าแอร์แม็กซ์รุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำรองเท้าแอร์แม็กซ์รุ่นเรโทรซึ่งนำมาปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น พร้อมเผยโฉมไลน์อัพรองเท้าแอร์แม็กซ์รุ่นใหม่ล่าสุด Nike Air VaporMax เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของนวัตกรรมแอร์ที่อยู่คู่แบรนด์มายาวนาน …ตามไปดูกันว่ารองเท้าตระกูลแอร์แม็กซ์ที่ไนกี้ขนมายั่วตายั่วนั้นจะมีรุ่นไหนกันบ้าง

01. Nike Air VaporMax : รองเท้ารุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของไนกี้ ด้วยการผสานนวัตกรรมแอร์เข้ากับหน้ารองเท้าแบบฟลายนิตที่มียืดหยุ่นสูง พร้อมทั้งยังสร้างมิติใหม่ให้กับนวัตกรรมแอร์ และช่วยเสริมภาพลักษณ์และนิยามของรองเท้าไนกี้ตระกูลแอร์ให้ล้ำสมัยอีกครั้ง โดยรองเท้า Nike Air VaporMax จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นไป

02. Nike Air Max 90 Ultra Flyknit : ในอดีตรองเท้าไนกี้รุ่น Nike Air Max 90 OG เป็นรองเท้าที่ทุกๆ คนรู้จักจากเฉดสีแดงอินฟราเรดที่ร้อนแรง ต่อมารองเท้า Nike Air Max 90 Ultra Flyknit ได้รับการพัฒนาและต่อยอดจากรองเท้ารุ่นยอดนิยมนี้ไปสู่ยุคใหม่ด้วยนวัตกรรมสำคัญ 2 ประเภท ส่งผลให้รองเท้ารุ่นนี้มีน้ำหนักเบากว่าเดิม นั่นคือหน้ารองเท้าที่ผลิตจากเส้นใยฟลายนิต (Flyknit) ที่มีน้ำหนักเบาและให้ความยืดหยุ่นสูง รวมทั้งการออกแบบส่วนกลางพื้นรองเท้าให้เป็นรอยบากทรงโค้งที่มีความลึก เพื่อลดน้ำหนักรองเท้าและเสริมความรู้สึกสบายขณะสวมใส่ รองเท้า Nike Air Max 90 Ultra Flyknit จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ วันที่ 2 มีนาคมเป็นต้นไป

03. Nike Air Max 1 Anniversary : รองเท้ารุ่นนี้ออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1987 และเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานรองเท้าตระกูลแอร์แม็กซ์ทั้งหมด โดยรองเท้ารุ่นดังกล่าวเป็นรองเท้ารุ่นแรกที่ไนกี้ออกแบบให้ผู้สวมใส่และบุคคลทั่วไปสามารถมองเห็นนวัตกรรมแอร์ที่ครั้งหนึ่งเคยซ่อนอยู่ภายในพื้นรองเท้าได้ และยังเป็นผลงานการออกแบบของทิงเกอร์ แฮทฟิลด์ (Tinker Hatfield) ทั้งนี้รองเท้ารุ่น Nike Air Max 1 Anniversary ยังคงรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ชวนหลงใหลเหมือนรุ่นต้นแบบและยังมีสีสันให้เลือกตามแบบสีดั้งเดิมทั้ง 3 สี คือสีขาว สีแดง-เทา-ขาว และสีฟ้าสลับเทา

04. Women’s Nike Air Max Jewell : เป็นรองเท้ารุ่นที่ 2 ในตระกูลแอร์แม็กซ์ที่ไนกี้ได้พัฒนาขึ้นสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ โดยรองเท้ารุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้ารุ่น Nike Air Max Plus นั่นเอง

05. Nike Air Max 1 Master : เป็นรองเท้ารุ่นพิเศษในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปีของการวางจำหน่ายรองเท้ารุ่น Air Max 1 โดยรองเท้ารุ่นพิเศษนี้ได้ผสมผสานวัสดุคุณภาพสูงกับรูปลักษณ์ที่ชวนหลงใหลของรองเท้าต้นตระกูลแอร์แม็กซ์เอาไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สีแดงโทนดั้งเดิมที่ส่วนปลายเท้า, ลาย “ซาฟารี” ที่หลายคนชื่นชอบ รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ บริเวณหน้ารองเท้าแบบคลาสสิก

06. Nike Air Max 1 Ultra 2.0 LE : ถือเป็นรองเท้ารุ่นพิเศษอีกรุ่น โดยปรับปรุงมาจากรองเท้า Air Max 1 Ultra 2.0 ซึ่งถือเป็นรองเท้ารุ่นที่มีนวัตกรรมล้ำหน้าที่สุดในบรรดารองเท้าไนกี้ที่พัฒนามาจากรากฐานของรองเท้ารุ่น Air Max 1 โดยเฉพาะโครงสร้างรองเท้าที่มีรอยบากลึกและเป็นทรงโค้งที่ช่วยให้รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าตระกูลแอร์แม็กซ์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในปัจจุบัน และยังมีตัวเลข 3.26 สลักไว้บริเวณลิ้น ซึ่งเลขนี้เป็นตัวเลขที่รำลึกถึงวันและเดือนของการวางจำหน่ายรองเท้า Air Max 1 เป็นครั้งแรกอีกด้วย

07. Nike Air Max 1 atmos Elephant : เดิมรองเท้ารุ่น Nike Air Max 1 atmos เป็นรองเท้าที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับหนึ่งในกิจกรรม The Air Max Day 2016 Vote Back ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้เป็นการผสมผสานงานออกแบบที่หมดจดของไนกี้กับสีสันสไตล์คัลเลอร์บล็อก เพื่อช่วยเสริมความโดดเด่นให้ตราสัญลักษณ์ไนกี้สีเขียวมรกตบนตัวรองเท้า นอกจากนี้รองเท้ารุ่นนี้ยังเป็นรองเท้าที่ไนกี้ร่วมสร้างสรรค์กับร้านแอทมอส ร้านรองเท้าชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น และรองเท้ารุ่นนี้เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งในคอลเลคชั่น “ซูแพ็ก – Zoo Pack” ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 2006

08. Nike Air Max LD-Zero : เป็นรองเท้ารุ่นพิเศษอีกคู่ที่ไนกี้ร่วมดีไซน์กับนักออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีทแวร์ระดับตำนาน “ฮิโรชิ ฟูจิวาระ” (Hiroshi Fujiwara) และผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงาน Air Max Day ของปี 2016 ที่ผ่านมา โดยรองเท้า Nike Air Max LD-Zero เป็นรองเท้าที่ผสานการออกแบบหน้ารองเท้าที่ดูเรียบง่ายของรองเท้าไนกี้รุ่น LD 1000 ที่ไนกี้ผลิตในช่วงทศวรรษ 1970 เข้ากับนวัตกรรมของรองเท้า 360 Air Max ที่วางจำหน่ายในปี 2006 ผลลัพธ์ที่ได้คือรองเท้าที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นที่ผสมผสานสไตล์คลาสสิกเข้ากับคุณสมบัติด้านความนุ่มสบายไว้อย่างลงตัว

• การเดินทางที่ยาวนานของ Nike Air Max

ย้อนกลับไปเมื่อ 29 ปีที่แล้ว รองเท้ารุ่น Air Max 1 ถือได้ว่าเป็นรองเท้ารุ่นที่มีส่วนผลักดันการต่อยอดนวัตกรรมแอร์ (Air) ซึ่งเป็นนวัตกรรมหลักที่อยู่คู่กับไนกี้มาอย่างยาวนาน (อย่างน้อยก็ 30 ปีละนะ) แต่หากพูดถึงรองเท้ารุ่นแรกที่เปิดตัวพร้อมนวัตกรรมแอร์จริงๆ แล้วละก็ ต้องยกให้กับรองเท้ารุ่น Nike Air Tailwind ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นพ่อของ Air Max 1 โดย Nike Air Tailwind เริ่มวางจำหน่ายในปี ค.ศ.1979

ในช่วง 8 ปีแรก นวัตกรรมแอร์เป็นนวัตกรรมที่ฝังตัวอยู่ภายในส้นรองเท้า ซึ่งผู้ใช้สามารถสัมผัสถึงนวัตกรรมนี้ได้ก็ต่อเมื่อสวมใส่รองเท้าเท่านั้น แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1987 ไนกี้ก็ได้นำเสนอรองเท้า Nike Air Max ซึ่งออกแบบให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ของตัวนวัตกรรมแอร์ได้อย่างชัดเจน จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติแบรนด์ไนกี้และนวัตกรรม แอร์ เป็นต้นมา แน่นอนว่านวัตกรรมแอร์กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วและเป็นส่วนหนึ่งของรองเท้ากีฬาหลากหลายประเภท อาทิ รองเท้าบาสเกตบอล, รองเท้าเทนนิส และรองเท้าออกกำลังกาย อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของรองเท้าไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนทั่วโลกหลงใหล และทั้งหมดที่เล่ามานี้ก็คือการเดินทางกว่าสามทศวรรษของรองเท้าตระกูลแอร์แม็กซ์

© COPYRIGHT 2024 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.