ไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้ | หนังสือว่าด้วย ‘ความทรงจำ’ และ ‘คิดถึง’ ในมุมมองใหม่

ไม่เป็นไร ถ้าวันหนึ่งเราจะเปลี่ยนเส้นทาง
ไม่เป็นไร ถ้าวันหนึ่งเราอยากไปค้นหาจุดหมายใหม่ๆ
ความฝันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้
ความฝันไม่ได้มีไว้บอกให้เราเดินตรง
แต่ความฝันคือแผนที่ที่จะช่วยให้เราไม่หลงทาง

ผลงานเล่มใหม่ของนักเขียนออนไลน์ที่มีคนติดตามมากที่สุด “คิดมาก” (KIDMAKK) ซึ่งเราเคยนำเสนอผลงานเล่มก่อน ‘ถึงอย่างนั้นความรักก็ยังงดงาม’ จนได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนคลับ ในวันนี้หนังสือเล่มใหม่ของเขาก็ได้คลอดออกมาให้เราได้ตามไปเก็บสะสมกันอีกครั้ง ในชื่อ “ไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้” และแน่นอนว่าเราไม่พลาดที่จะหยิบหนังสือเล่มนี้มาฝากคุณผู้อ่านกันอีกครั้ง

แม้หนังสือเล่มนี้จะเป็นผลงานเล่มที่ 3 ของนักเขียนนามปากกาคิดมาก แต่ ‘ไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้’ นักเขียนได้เพิ่มความพิเศษด้วยมุมมองกับการเขียนที่ยาวขึ้น เพราะปกติแล้วงานเขียนของคิดมากจะเป็นข้อความสั้นๆ ที่มีความยาวไม่เกินแปดบรรทัด แต่หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้สร้างความประหลาดใจด้วยข้อความที่ยาวขึ้น แต่ยังคงมุมมองที่ชวนให้รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจกับภาษาที่เรียบง่ายเช่นเดิม อีกทั้งหนังสือเล่มนี้ยังเพิ่มความพิเศษด้วยภาพถ่ายแสนสวยจากนักถ่ายภาพรุ่นใหม่ KhaikunG อีกด้วย

สำหรับ ‘ไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้’ หนังสือเล่มเล็กพกพาง่ายที่อัดแน่นด้วยเรื่องราวถึง 38 เรื่อง แม้ในความตั้งใจของคิดมากจะเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่ออุทิศให้ ‘ความทรงจำ’ และคำว่า ‘คิดถึง’ แต่ภายใต้ความคิดถึงที่เกิดจากความทรงจำเหล่านั้น ต่างก็แฝงความเสียใจเอาไว้ด้วยเช่นกัน และความเสียใจนี้เองที่ทำให้เราเห็นมุมด้านบวกของความรู้สึกที่มีชื่อว่า “ความเศร้า”

 

ความเศร้า ที่ไม่ได้เป็นความรู้สึกด้านลบเพียงอย่างเดียว แต่บางครั้งความเศร้าก็เปรียบเสมือนบทเรียนที่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นและเป็นบทเรียนที่ช่วยให้เราจดจำความผิดพลาดและผิดหวังนั้นได้แม่นยำ เพื่อว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นในครั้งต่อไปเราจะได้ไม่ผิดซ้ำสอง เหมือนที่คิดมากได้บอกไว้ในเรื่องไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้ (หน้า 159) ว่า…

หากความสุขเป็นคุณครูผู้ใจดี
ความเศร้าก็คงเป็นคุณครูฝ่ายปกครองผู้ดูเหมือนดุ คอยถือไม้เรียว
แต่ใช่หรือว่า จะครูใจดีและครูที่ดุ
ต่างก็ปรารถนาดีต่อลูกศิษย์กันทั้งนั้น
ครูใจดีจะทำให้เรารักในวิชาที่เราเรียน
ครูที่ดุจะทำให้เราจดจำบทเรียนจากความผิดพลาดได้ดี

และเมื่อเวลาผ่านไป… เราไม่มาแบ่งแยกหรอกว่า
ใครคือครูใจดี ใครคือครูที่ดุ
ความทรงจำจะบอกเราว่า
ครูก็คือครูที่ปรารถนาดีกับเราทุกคน
ความสุข ความเศร้า ก็เป็นอย่างนั้น

และนี่คืออีกมุมมองของความเศร้า เป็นแง่มุมด้านบวกที่แม้หลายคนอาจมองว่าเป็นมุมของคนโลกสวยเกินไป แต่อย่างน้อยการคิดเช่นนี้ก็ไม่ทำให้หัวใจเจ็บปวดเกินไปนัก เช่นเดียวกับความรู้สึกเสียใจที่ต้องเลิกลากับคนเคยรัก หากมองในความเป็นจริงการเลิกรากับคนคุ้นเคย แม้จะทำให้เรารู้สึกเสียใจและเสียน้ำตา แต่หากมองย้อนไปอีกมุม – มุมที่ไร้อคติ แฟนเก่าคนนั้นไม่ได้เป็นเพียงอดีตที่เจ็บปวดเสมอไป อย่างน้อยเราก็ได้ไปรู้จักกับสิ่งที่ไม่เคยสนใจไม่เคยรู้จักมาก่อน และการได้เห็นมุมมองนี้ก็เป็นผลที่เกิดจากหนังสือเล่มนี้ ในเรื่องความรักที่สูญเปล่า (หน้า 55)

ใช่หรือไม่ว่า แฟนเก่า คนรักเก่า
หลายคนได้ทำให้เรารู้จักสิ่งใหม่ๆ
ฟังเพลงแนวที่ไม่เคยฟังมาก่อน
อ่านหนังสือเล่มที่ไม่รู้จัก
ชมภาพยนตร์เรื่องที่ถ้าเราไปคนเดียวจะไม่ดูแน่ๆ
กินอาหารที่ไม่เคยนึกชอบ
ไปสถานที่ที่ไม่เคยได้ยินแม้เพียงชื่อ
แต่เพราะ “การเจอกัน” ทำให้เรารู้จักสิ่งเหล่านั้น
และชอบสิ่งเหล่านั้น

แม้ว่าวันหนึ่งความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขาจะกลายเป็นอดีตไป
แต่ใช่ไหมว่า เพลงเพลงนั้น หนังสือเล่มนั้น
ภาพยนตร์เรื่องนั้น อาหารจานนั้น สถานที่แห่งนั้น
ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ตัวตน” ของเราในวันนี้

นอกจากการเสนออีกมุมดีๆ ของความเศร้าแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังนำเสนอ “จุดเริ่มต้น” ของความทรงจำเลวร้ายให้เรารู้จักหลบหลีกก่อนความทรงจำนั้นจะถูกบันทึกลงในใจ เช่น เรื่องปาฏิหาริย์ “ไม่มีจริง”, ความหวังดีที่เขาไม่ต้องการ หรือเรื่องหลงทางในความรัก ฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องราวที่เสนอมุมมองซึ่งช่วยให้เราไหวตัวและป้องกันหัวใจที่อาจโดนทำร้ายให้เจ็บปวดนั่นเอง อีกทั้งหนังสือเล่มนี้ยังได้นิยามความคิดถึงซึ่งเกิดจากความทรงจำ เป็นบ่อเกิดของความเสียใจที่ไม่มีวันจบไว้อีกหลายแง่มุม มาพร้อมภาษาเรียบง่ายที่ทำให้เราเข้าใจได้ทันทีและยังทำให้เราเผลอพยักหน้าเห็นด้วยหลายๆ ครั้งกับมุมมองเหล่านั้น นอกจากนี้ยังเกิดอาการที่เรียกว่า ‘อิน’ จนเราต้องย้อนมองกลับมายังเรื่องราวของตนเองอีกด้วย

หนังสือเล่มนี้ยังมีหลายแง่มุมที่น่าสนใจและหลากเรื่องราวที่เราชื่นชอบจนอยากยกมาฝากคุณผู้อ่านทั้งหมด แต่คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเราจึงขอยกเพียงบางแม่มุมข้างต้นมาฝาก ส่วนเรื่องราวที่เหลือนั้นคงต้องให้คุณผู้อ่านตามไปรู้จักด้วยตัวเองบนหน้ากระดาษของหนังสือ “ไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้” ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ …และขอปิดท้ายด้วยข้อความโดนใจจากเรื่อง อย่ารอที่จะมีความสุข (หน้า 11) ที่เราไม่อยากให้คุณพลาด!!

ใช้ชีวิตของเราเป็นสมุดบันทึก
ที่เต็มไปด้วยสิ่งที่เราได้ทำลงไป
ไม่ใช่สมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
ที่เราอยากทำ แต่ไม่ได้ทำ
เพื่อเมื่อเรามองย้อนกลับมา
ชีวิตคือเรื่องราวที่เรายิ้มให้กับมันได้
ไม่ใช่เรื่องราวที่มีแต่ความเสียดายในหัวใจ

เราเลือกได้ว่าจะให้ชีวิตเป็น “การดาษว่างเปล่า”
หรือเป็น “กระดาษที่มีเรื่องราว” ที่เราเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง

หนังสือ : ไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้
โดย : คิดมาก (KIDMAKK)
สำนักพิมพ์ : springbooks
ราคา : 195 บาท

Story : Taliw
Photo : Wara Suttiwan
© COPYRIGHT 2024 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.