Good Food, Good Lift ไลฟ์สไตล์คาเฟ่ของคนรักการทาน VEGAN

“…เค้กไม่ใช่อาหาร ไม่ใช่ปัจจัยสี่ และมันไม่ได้สำคัญหรอก แต่มันเป็นสิ่งพิเศษ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสุข อย่างบางคนไม่ได้กินเค้กมาเจ็ดปี ได้กินเค้กอีกทีคือดีใจมาก เราชอบความสุขตรงนี้”

นี่คือความสุขอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณจ๋า – ณปภัสสร และคุณจอน – สิทธิคุณ ต่อเทียนชัย เปิดคาเฟ่ที่เสิร์ฟเบเกอรี่และอาหาร Vegan และเมื่อย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณจ๋าและคุณจอนรักการทำและทานอาหาร Vegan จนกลายมาเป็นคาเฟ่ในชื่อ Veganerie Concept แห่งนี้นั้นคงต้องขอท้าวความกลับไปเมื่อหลายปีก่อน

คุณจ๋าเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะผันตัวเป็น vegetarian นั้น “เริ่มจากคุณแม่ทานอาหารมังสวิรัติก่อน ตอนนั้นจ๋าชอบทานเค้กแล้วก็ชอบทำขนมเลยทานมังสวิรัติตามคุณแม่ไม่ได้ ตอนนั้นพอคุณแม่หันไปทานมังสวิรัติก็ต้องเลิกทานเค้ก แต่คุณแม่ชอบเค้กมาก จ๋าเลยอยากทำเค้กให้คุณแม่ทาน เลยลองทำขนมเค้กที่ไม่มีไข่นมเนยดูจนได้เป็น vegan เค้กออกมา”

จากจุดเริ่มต้นนี่เองทำให้เมื่อสองปีก่อน คุณจ๋าตัดสินใจเปิดคาเฟ่เบเกอรี่เพื่อคนทานมังสวิรัติในชื่อ Vegan Bakery Bangkok ขึ้นเป็นครั้งแรก และเมื่อไม่นานมานี้คุณจ๋าและคุณจอนก็ขยับขยายความสุขให้คนทานมังสวิรัติด้วยการเปิดคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารมังสวิรัติอีกหนึ่งแห่งขึ้นในชื่อ Veganerie Concept นั่นเอง

สำหรับอาหาร Vegan หากแปลความหมายแบบตรงตัวก็คือ “อาหารมังสวิรัติ” แต่อาหารมังสวิรัติของ Veganerie Concept แห่งนี้ไม่ใช่เพียงอาหารที่ไม่ใส่เนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ทุกเมนูของที่นี่เป็นอาหารที่ปราศจากผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ นม ไข่ หรือเนย ฯลฯ เสมือนอาหารเจ แต่ก็ไม่ได้เป็นอาหารเจซะทีเดียว เพราะอาหารที่เสิร์ฟแต่ละจานนั้นมีส่วนประกอบของวัตถุดิบที่เป็นข้อห้ามของอาหารเจอย่างกระเทียมเช่นกัน ดังนั้นหากจะนิยามคำว่า Vegan สำหรับที่นี่คงเป็น “ไม่เอาสัตว์เลย แต่เอาพืช” นั่นเอง

ความพิเศษของ Veganerie Concept ไม่ใช่เพียงการเสิร์ฟเบเกอรี่และอาหารมังสวิรัติจานครีเอทเท่านั้น แต่ทุกเมนูล้วนเป็นเมนูที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน รวมทั้งยังมีรูปลักษณ์และหน้าตาที่คุ้นเคยอีกด้วย เพราะเป้าหมายหลักของที่นี่ ไม่ใช่เพียงการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้คนรักสุขภาพที่ทานอาหารมังสวิรัติเท่านั้น แต่ยังพยายามปรับภาพจำเดิมๆ ของอาหารมังสวิรัติให้เราได้มองอีกลุคหนึ่งของอาหารประเภทนี้

“อีกเหตุผลหนึ่งที่เปิดร้านนี้คือ มันเป็นความท้าทาย เราอยากให้คนเห็นภาพอีกด้านหนึ่งของอาหาร Vegan อยากปรับความคิดคนที่คิดว่าการไม่ทานเนื้อสัตว์เป็นเรื่องลำบากเป็นเรื่องยาก ให้เขาคิดว่าการไม่ทานเนื้อสัตว์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องง่ายๆ และชิวๆ เป็นไลฟ์สไตล์อีกแบบหนึ่งที่วัยรุ่นก็ทำได้ เราจึงทำคาเฟ่ที่เป็นตัวเรามากที่สุดคือ คาเฟ่ที่เสิร์ฟเมนูปกติเป็นเมนูที่ทุกคนคุ้นเคย เพียงแต่อาหารนั้นเป็นอาหาร Vegan เท่านั้นเอง”

Vegan Papaya Salad & Fried Chicken (210 บาท)

อย่าง Vegan Papaya Salad & Fried Chicken (210 บาท) เมนูไทยๆ ที่เราคุ้นเคยอย่างส้มตำเมนูนี้ หากไม่บอกว่าเป็นส้มตำ Vegan เราคงคาดไม่ถึง โดยส้มตำจานนี้มีรสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมผักสดและไก่ทอดสูตรพิเศษ ซึ่งไก่ทอดนี้ทำมาจากเห็ดปรุงรสแล้วปั้นเป็นก้อนก่อนนำไปทอด

Vegan Pulled Pork BBQ (310 บาท)

หากชอบทานเบอร์เกอร์ขอแนะนำ Vegan Pulled Pork BBQ (310 บาท) เบอร์เกอร์หมูที่เสิร์ฟพร้อมเฟรนฟรายและซอส Vegan สามรสชาติสูตรเฉพาะของร้าน โดยตัวเบอร์เกอร์นี้แม้จะอัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูชิ้นโต แต่แท้จริงแล้วเนื้อหมูที่เห็นก็คือเห็ดที่ทางร้านหมักและทำการย่างจนได้รสชาติกลมกล่อมนั่นเอง

ต่อด้วยเอาใจคนรักการทานผักกับ Caesar Salad (230 บาท) ซีซาร์สลัดเบคอนทอด จานนี้มีความพิเศษอยู่ที่เบคอนทอดกรอบที่เข้ากันได้ดีกับสลัดซีซาร์ ซึ่งเบคอนชิ้นโตที่เห็นอยู่ในจานนั้นเป็นเบคอนจากถั่วเหลืองทอด และเป็นถั่วเหลืองที่คัดเฉพาะไม่ใส่แป้งอีกด้วย

Caesar Salad (230 บาท)

“จ๋าเลือกที่จะเสิร์ฟเมนูปกติที่เราทานกัน เพียงแต่วัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหาร Vegan ที่ทำมาจากเห็ดมาจากถั่วเหลือง แล้วก็ปรุงรสให้อร่อยในรสชาติเหมือนกันกับอาหารปกติ และจ๋าก็ให้ความสำคัญกับเทกเจอร์ของอาหารอย่างความเหนียวและความกรอบ เพื่อดึงให้คนที่ทานเนื้อสัตว์หันมาลองทานอาหาร vegan เพราะเป้าหมายอีกอย่างของจ๋าคือดึงคนที่ไม่กินมังสวิรัติให้หันมากินโดยไม่รู้สึกฝืน เมนูพวกนี้เลยเป็นเมนูซ่อนรูปที่ซ่อนผักอยู่ข้างในทำให้คนทานง่ายขึ้น”

ไม่เพียงแต่เมนู Vegan คูลๆ ที่ให้เราได้ไปลิ้มลองเท่านั้น แต่บรรยากาศร้านก็คูลไม่แพ้กัน เริ่มตั้งแต่หน้าร้านที่บอกเล่าถึงคอนเซ็ปต์ร้านอย่างชัดเจนด้วยป้ายตัวใหญ่กลมกลืนไปกับการแต่งหน้าร้านด้วยไม้เก่าและเหล็ก ที่นี่เน้นโทนสีน้ำตาล-เทา โดยเลือกใช้ไม้เก่าที่สื่อบรรยากาศความเป็นธรรมชาติ ผสมผสานกับการแต่งแต้มความสดใสด้วยต้นไม้ทั้ง terrarium ที่วางประดับอยู่ทุกส่วนของร้าน และต้นไม้จริงที่วางห้อยอยู่กึ่งกลางร้าน นอกจากนี้ยังแสดงความชัดเจนว่า Veganerie Concept แห่งนี้เน้นอาหาร Vegan 100% ด้วยป้ายคำที่วางอยู่ทั่วอีกด้วย

อีกหนึ่งไอเดียของร้านคือ คุณจ๋าไม่ได้เพียงแต่มอบความสุขของการได้ทานเค้กและเบเกอรี่ให้เหล่า vegetarian เท่านั้น แต่ยังอยากให้ที่แห่งนี้เป็นคาเฟาไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนสามารถเข้ามานั่งจิบกาแฟและนั่งทำงานได้ เป็นเสมือน Co-working space อีกแห่งของคนเมือง ภายในร้านจึงจัดโซนโต๊ะเก้าอี้ไว้หลายมุม ตั้งแต่เคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งทำงานคนเดียว หรือจะเป็นมุมร้านที่ให้คุณชวนเพื่อนๆ มารวมก๊วนคิดงาน โดยมีปลั๊กไฟและสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้บริการ

“…แค่อยากมานั่งทานกาแฟแก้วเดียวก็มาได้ อยากนั่งทำงานก็มาได้ ที่นี่เป็นไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่คุณอยากมาทำงานก็มานั่งเลย เพียงแต่ว่าที่นี่มีอาหาร good food ให้บริการเท่านั้นเอง” ปิดท้ายกันด้วยคำพูดของคุณจ๋าที่บอกเล่าคาแรคเตอร์ของร้าน

 

Address : 35/2 ซ.เมธีนิเวศน์ (หลังสวนเบญจสิริ สามารถลง BTS พร้อมพงษ์ แล้วเดินทะลุสวนไปเจอร้านได้)
GPS : 13.730927,100.566452
Time : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น. โดยจะพักเบรกในช่วงเวลา 16.00 – 17.00 น. แต่ยังสามารถสั่งเครื่องดื่มและทานเบเกอรี่ได้
Phone : 089-628-8803, 087-443-3728, 02-252-2120
Facebook : www.facebook.com/VeganBakeryBangkok

Story : Taliw
Photo : Wara Suttiwan
© COPYRIGHT 2024 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.