Blend Café เสพย์กาแฟผ่านความหลงใหล จนกลายเป็น specialty coffee ที่ไม่ธรรมดา

Blend Café เสพย์กาแฟผ่านความหลงใหล
จนกลายเป็น specialty coffee ที่ไม่ธรรมดา

ร้านนี้เกิดจากความชอบส่วนตัว เราชอบดื่มกาแฟมากๆ และเป็นคนหลงใหลกับคอนเซ็ปต์ของร้านกาแฟที่เป็น Specialty Coffee เราอยากสร้างคอมมูนิตี้ของคนชอบดื่มกาแฟ เราอยากแนะนำเด็กถึงกาแฟที่ไม่ใช่กาแฟธรรมดา แต่เป็นกาแฟที่เป็น Specialty ที่มีคุณค่า แล้วก็อยากเสนอมุมมองที่แตกต่างในคอมมูนิตี้แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ หรือน้องนักศึกษา ถ้าชอบเสพย์กาแฟ ที่นี่แหละคือที่ที่น่าจะเป็นจุดรวมได้

คำบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ BLEND CAFÉ ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ซึ่งที่นี่เปรียบเสมือนพื้นที่แชร์ Passion ของคุณพลอยและคุณติม โดยเฉพาะมุมมองเรื่องกาแฟและการแชร์ความคิดนอกกรอบที่เจ้าของร้านทั้งสองต้องการสื่อผ่านเมนูและดีไซน์ร้าน

หลายคนอาจสงสัยว่าเพราะเหตุใดจึงเลือกพื้นที่ในรั้วมหาลัยเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟ “ผมอยากเป็นแบบอย่างให้เด็กในเรื่องบางเรื่อง” นี่คือคำตอบที่คุณติมบอกกับเรา คุณติมเล่าให้ฟังว่า “ทุกคนจะบอกว่าเด็กต้องประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ผมเชื่อว่าเด็กจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เขาต้องเสพย์อะไรหลายๆ อย่างหรือเขาต้องเริ่มเห็นอะไรที่เป็น higher test หรือถ้าเป็นโปรดักส์ก็ต้องไม่ใช่แค่โปรดักส์ทั่วไป แต่เป็นโปรดักส์ที่มีคุณค่าอยู่ข้างใน”

“สิ่งสำคัญที่อยากให้มองคือ เราไม่จำเป็นต้องมองในกรอบ ร้านกาแฟไม่จำเป็นต้องร้านกาแฟอย่างนั้น ร้านกาแฟอย่างนี้ แต่เราสามารถเป็นอะไรก็ได้ เป็นร้านกาแฟที่ไม่เหมือนใคร ร้านผมจะพรีเซนต์ความคิดนอกกรอบอย่างชัดเจน เช่น ประตูสีดำ ถ้าเปิดมันออกก็จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ข้างนอกได้ เพราะฉะนั้นเวลามหาลัยมีกิจกรรม เราสามารเปิดประตูได้ คนเดินเข้ามาได้ คนจะรู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่เดียวกัน

พวกผมได้แรงบันดาลใจจากคาเฟ่ที่ออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็น Standing Room ที่คนเขามาร้านกาแฟ เพื่อมากินจริงๆ เขาไม่ได้จะมานั่งทำงาน แต่เขามาเพื่อคุยกัน เขามาเพื่อเสพย์กาแฟ เพราะฉะนั้นร้านกาแฟที่ผมไปตอนนั้น มันไม่มีที่นั่ง มันเป็น Standing room มีคนยืนท้าวอยู่ตรงหน้าต่าง ร้านนี้เราก็เลยอยากให้มันเป็น Standing Room ด้วย โดยการที่ว่าเราสามารถดึงโต๊ะขึ้นไปไว้ข้างบนได้ เราสามารถเคลียร์เฟอร์นิเจอร์ได้ เปิดพื้นที่กว้างให้เป็นพื้นที่โล่งได้”

จากแนวคิดนี้เองทำให้ Blend Café เป็นมากกว่าร้านกาแฟ แต่ยังเป็นคอมมูนิตี้ที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะจัดเป็นแกลเลอรี่ พื้นที่กิจกรรมของมหาวิทยาลัย ฯลฯ โดยคุณติมให้นิยามคาเฟ่แห่งนี้ว่า “Convertible Multi-Function Space”

“…เราทำเพื่อความชอบ ทำเพื่อใจรัก ทำเพื่อ inspire ทำเพื่อแชร์ในสิ่งที่เราอยากแชร์”

ชื่อคาเฟ่ที่เลือกใช้คำว่า Blend ก็หมายความถึงการพยายามนำสิ่งต่างๆ ที่หลากหลายมาผสมผสานให้เป็นหนึ่งเดียว “เราพยายามผสมผสานคอมมูนิตี้หลายๆ คอมมูนิตี้ด้วยกัน มันคือการเบลนด์หลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น blending in กับ campus ด้วยการออกแบบดีไซน์ที่เป็นเนื้อเดียวกัน Blending in กับคนข้างนอกที่ปกติมหาลัยทุกมหาลัยคนนอกเข้ายากนะ แต่ที่นี่เหมือนมีแม่เหล็กอะไรสักอย่าง ยิ่งวันเสาร์ – อาทิตย์ ผมมาร้าน ผมก็เห็นว่าคนนอกเข้ามา มันคือการ Blend in หลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน ขณะที่กาแฟ มันก็เป็น Art of Blending อยู่แล้ว ทุกเมนูเริ่มมาจากเอสเปรสโซ หลังจากนั้นเราจะเอามาทำเครื่องดื่มอะไรก็ได้”

เพราะตั้งใจให้ที่นี่เป็น Specialty Coffee ดังนั้นกาแฟของที่นี่จึงพิเศษและแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ โดยคุณพลอยและคุณติมมักจะตั้งโจทย์มาท้าทายตัวเอง เพื่อให้ที่นี่พิเศษอย่างที่ตั้งใจ เริ่มจากการนำเสนอความเป็น Specialty Coffee ที่คุณติมมุ่งมั่นที่จะดึงคาแรคเตอร์ของเมล็ดกาแฟแต่ละแหล่งปลูกมาพรีเซนต์

“เมล็ดกาแฟมาจากทั่วโลก แต่สกัดอย่างไรให้เราดึงคาแรคเตอร์นั้นออกมา กาแฟที่คนคุ้นเคย ที่มันมีความขมที่คนเข้าใจผิด เรียกว่าความเข้ม มันคือกาแฟที่ไหม้ แต่ว่า Specialty Coffee คือกาแฟที่สกัดออกมาให้มันเป๊ะ ผมเชื่อว่าเมล็ดกาแฟแต่ละที่ มันมีเมล็ดที่เด่นไม่เหมือนกัน เรามีหน้าที่พรีเซนต์เรื่องราวเหล่านั้นให้คนดื่ม”

“ร้านเรามีจริตตรงที่เป็นกาแฟที่คั่วอ่อนกว่าปกติ บอกตามตรงพวกผมชอบกินกาแฟเปรี้ยว ดังนั้นกาแฟร้านผมถ้ากิน Long Black หรือ Americano จะชัดเจนมากว่าเปรี้ยว สะอาด บอดี้เบาลงหน่อย แต่ถ้าเอามาผสมนม มันจะมีความถั่ว เนย บางทีเลี่ยนเลยด้วยซ้ำ เราต้องการให้คนสัมผัสว่ากาแฟมันแตกต่างขนาดนี้”

Flat White (100 บาท)

เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของที่นี่จะเป็นการ ‘Blend’ ของวัตถุดิบหลายๆ อย่างจนได้เมนูที่มีเอกลักษณ์ เริ่มจากเมนูประเภทกาแฟที่ทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟไทยผสมบราซิล เป็น House Blend ที่ทางร้านทดสอบแล้วว่า ‘นี่แหละคือรสชาติที่อยากให้ได้ลอง’ ซึ่งคุณติมแนะนำให้เราลิ้มลอง “Flat White” (100 บาท) จากเมล็ดกาแฟ house blend ของร้านที่ให้รสเนยถั่วอย่างชัดเจน เจือสัมผัสนุ่มๆ แต่คงความเข้มของกาแฟอย่างมีเอกลักษณ์

Nitro Lychee (140 บาท)

ส่วนใครชอบดื่มกาแฟประเภทไนโตร ต้องไม่พลาดกับ “Nitro Lychee” (140 บาท) เมนูที่เบลนด์ช็อตเอสเปรสโซเข้ากับผลไม้ไทยอย่างลิ้นจี่ โดยผ่านอุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า Nitro Gun “เราไม่ใช้ Cold Brew เหตุผลเพราะเราต้องการให้คนรู้จักกาแฟของเรา คือเราใส่แค่อเมริกาโนเข้าไปใน Nitro Gun ใส่น้ำแข็ง แล้วก็ยิงออกมาเป็น Nitro Coffee ได้เลย เพราะฉะนั้นบอดี้หรือเท็กซ์เจอร์ต่างๆ ที่คนคุ้นเคยกับ Cold Brew จะแตกต่าง เพราะที่นี่ของเราจะเป็น Nitro House Blend ที่ออกมาจากเครื่องเอสเปรสโซ”

Mittsu Latte (140 บาท)

ปิดท้ายด้วยเมนู “Mittsu Latte” (140 บาท) เครื่องดื่มที่ผสมวัตถุดิบ 3 รสชาติที่ไม่น่าจะไปด้วยกันได้อย่างกาแฟ ช็อกโกแลต และชาเขียวมัจฉะให้ลงตัวเป็นหนึ่งเดียว “ซิกเนเจอร์ของร้าน เราคิดมาจากว่าเราต้องรวมอะไรเข้าด้วยกัน เราอยากทำกาแฟ ช็อกโกแลต ชาเขียวรวมด้วยกัน ซึ่งโดยปกติ กาแฟกับชาเขียวไปด้วยกันยาก แต่ที่ญี่ปุ่นเขาจะมีเครื่องดื่มที่คล้ายๆ แบบนี้คือเอากาแฟกับชาเขียวมาผสมกัน แต่ของเขาทำเป็นร้อน

ทีนี้ของเราอยากเพิ่มช็อกโกแลตเข้าไปและอยากแหวกให้มันเป็นเครื่องดื่มเย็น แต่ความยากของมันคือ กาแฟบางทีมันติดความขมมีความฝาดนิดหน่อย ชาเขียวเราใช้เป็นชาเขียวแบบร้อนที่จะมีความฝาดเหมือนกัน ดังนั้นมันจะไม่หวานเลย ซึ่งเราก็ลองผิดลองถูกมาเยอะมากจนได้เมนู Mittsu Latte แก้วนี้”

“ทุกอย่างที่เราใช้ มันจะมี Story Behind อย่างเมล็ดกาแฟที่เราใช้เมล็ดไทยผสมบราซิล เป็นเบลนด์ที่เราเทสกันมา ว่านี่แหละคือรสชาติที่เราอยากให้ลอง อย่างที่บอกเมนูร้านเราต้องแตกต่างและมันต้องอร่อยด้วย เพราะฉะนั้นหลายๆ โปรดักส์ของเรามันเป็น Value Added จริงๆ คุณมาดื่มกาแฟร้านเรา ต้องต่างอย่างชัดเจน”

Blend Cafe
• Address: อาคาร 6 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
• Map: https://goo.gl/maps/nRMGDQE5ark
• Time: เวลา 08.30 – 17.00 น. (ปิดวันพุธ)
• Tel: 092 929 5169
• FB: www.facebook.com/blendcafebkk/

Story: Taliw
Photo: Wara Suttiwan

© COPYRIGHT 2024 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.