เปิดกระป๋อง “ลอง” ตู้กดน้ำ in JAPAN

ความน่าตื่นตาตื่นใจครั้งแรกเมื่อไปเยือนดินแดนอาทิตย์อุทัยอย่างญี่ปุ่น สิ่งแรกที่เห็นคือความมีระเบียบและเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวหน้าไปไกลมากจนกระทั่งเราไม่สามารถละสายตาจากภาพตรงหน้าได้เลย เมืองหลวงที่คับคั่งไปด้วยผู้คน แต่ก็ไม่ติดขัดในเรื่องการจราจร รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ว่ามากพอแล้ว ยังไม่เท่ากฎเกณฑ์เพียงเล็กน้อยที่ทุกคนล้วนปฏิบัติตามกันได้อย่างเคร่งครัด ทำเอาเราเซอร์ไพรส์ไม่น้อย ไม่เสียแรงที่เก็บเงินมาเยือนประเทศแห่งนี้

และแน่นอนว่าเมื่อมาถึงเจแปนทั้งที ถ้าไม่พูดถึงเรื่องอาหารการกินก็คงจะดูแปลกไปสักหน่อย เพราะรสชาติของอาหารที่นี่ทำให้เรารู้สึกว้าว!อยากชวนมาลองมากๆ แม้ว่าอาหารและเครื่องดื่มจะอร่อยนุ่มละมุนลิ้นมากเพียงไหน แต่ก็ย่อมมาพร้อมราคาที่สูงเกินความคาดหมาย อย่างน้อยการที่ต้องใช้เงินในกระเป๋าอย่างจำกัดก็ยังมีส่วนดี เพราะทำให้เราเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งที่มีอยู่ทั่วทุกมุมเมือง นั่นก็คือ “ตู้กดน้ำอัตโนมัติ” กับการเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่กับรสชาติความแปลกจากทั้ง 10 ชนิดนี้

กดน้ำขวดแรกกับภาพน่ารักสะดุดตาที่เธอส่งยิ้มหวานให้ ขวดขนาดพอดีมือในราคา 130 เยน ที่จิบตอนเดินมาถึงฮาราจูกุ ก็ได้รับรสความสดชื่นของกลิ่นแอ้ปเปิ้ลแบบพอดีๆ  เติมน้ำตาลหวานให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า พร้อมให้ลุกเดินไปต่อได้อีกหลายกิโล

ขวดที่ 2 บอกก่อนว่าคนอื่นอาจจะพอเดาได้ แต่รูปร่างและสีของขวดชวนให้เราคิดไปว่ามันคือโคคาโคล่าดีๆ นี่ล่ะ แต่เปล่าเลยหยอดเหรียญไป 120 เยนกลับได้เครื่องดื่มชูกำลังดีๆ นี่ละจ้า บอกไว้ก่อนว่ากดตู้ตอนกำลังเดินกลับที่พัก จากที่ง่วงๆ เอ้าตื่นตัวใหม่อีกรอบซะงั้น จะกลับไปเดินวนโตเกียวอีกสัก 3 รอบ ร้านค้าเค้าก็ปิดหมดละ งั้นก็เดินตาแข็งไปข่มตานอนบนเตียงเอาละกัน

ขวดที่สาม ดูก็รู้ว่าคือน้ำผลไม้รวม แต่พอดื่มปุ้บ เอ้านมเปรี้ยวรสผลไม้รวม ซึ่งปกติเราไม่ค่อยชอบดื่มนมเปรี้ยว แต่บอกเลยว่าขวดนี้มีส่วนผสมของผลไม้หลายชนิด จนได้รสกลมกล่อมกำลังพอดี ผสมกับนมที่ทำให้รสชาติออกมาไม่เลวเลยทีเดียวในราคา 100 เยนเท่านั้น

กล่องที่ 4 น่าจะรู้ว่ากดออกมาเพราะเจ้าคุมะมงที่ติดอยู่บนหน้ากล่องนี่ล่ะ โผล่มาทักทายกันในจังหวะที่ลงตัวพอดี เพราะเธอคือกาแฟลาเต้ที่สชาติไม่อ่อนแก่จนเกินไป ดื่มเบาๆ เอาพอเพิ่มคาเฟอีนในร่างกายได้บ้างในราคา 110 เยน

ขวดที่ 5 อันนี้ตอนกดไม่รู้คิดอะไรอยู่ เพราะดูก็รู้ว่าเป็นยาคูลท์ แต่กดทีเดียวในราคา 110 เยนได้ออกมา 2 ขวดแบบไม่ต้องรอสาวยาคูลท์มาส่ง โดยส่วนตัวดื่มยาคูลท์เป็นประจำอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าของที่ญี่ปุ่นจืดไปนิดนึง แต่ก็อร่อยไม่แพ้ของบ้านเราเลยล่ะ

กระป๋องที่ 6 เอาดีๆ ตอนแรกนึกว่าเอ้อ ญี่ปุ่นเค้ามีไอศกรีมกระป๋องให้กดด้วย เพราะรูปโฆษณาชวนเชื่อหน้ากระป๋องนี่แหละ ทำให้เราหยอดเหรียญไป 140 เยนเพื่อแลกมา ลืมนึกไปว่าไอศกรีมจะอยู่ในกระป๋องแบบนี้ได้ยังไง สิ่งที่ได้จากกระป๋องนี้คือ นมรสวนิลา ที่เหมือนทานไอศกรีมวนิลาเชียวล่ะ

กระป๋องที่ 7 คำเตือนโปรดเขย่าแรงๆ ก่อนดื่ม เพราะผงบุกที่ใส่มาในน้ำรสองุ่นผสมโซดานิดๆ นั่นแน่นมาก แทบจะยกดื่มน้ำไม่ได้เลย เพราะติดเนื้อ ในราคา 130 เยน หลังจากที่เขย่าไม่ต้องกลัวเปิดกระป๋องมาแล้วจะฟู่ เพราะเขาใส่โซดามาเล็กน้อยมาก พอให้มีความซ่าสดชื่นเท่านั้น

กระป๋องที่ 8 อย่าดูถูกว่าเค้าเป็นแค่น้ำแฟนต้า เพราะรสชาตินี้บ้านเราไม่มีแน่ๆ รสแอ้ปเปิ้ลที่ขอเลือกให้เป็น Recommend จากเราเพราะกดดื่มทุกวันเลย เหมือนได้ดื่มน้ำแอ้ปเปิ้ลแบบใส่โซดา ซึ่งไม่มีให้ดื่มบ่อยนัก แถมราคาแค่ 110 เยน

กระป๋องที่ 9 เกิดจากความสงสัย ทำไมต้อง “Refresh Shot” แป๊บซี่ก็คือแป๊บซี่มั้ย จริงๆ แล้วข้างบรรจุภัณฑ์เขาบอกไว้ว่ามีการเพิ่มปริมาณคาเฟอีน แต่เอาจริงๆ ดื่มเข้าไปอึกแรกก็รู้สึกว่ามันคือแป๊บซี่รสปกติที่เคยทานๆ อยู่นี่ล่ะ เสียเงินไปอีก 130 เยน

ปิดท้ายด้วย โลโก้แบรนด์เชิญชวนว่าเป็น Asahi เบียร์แน่ๆ โหตอนแรกคิดว่าเออเค้าขายเปิดเผยดีเนาะ กดตู้ได้ตลอดไม่มีการจำกัดเวลาซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย แต่พอดื่มปุ้บ มันคืออีกหนึ่งเครื่องดื่มชูกำลังดีๆ นี่เอง แต่รู้สึกว่าจะผสมโซดามากกว่าขวดที่ 2 และปริมาณน้ำที่ มากกว่า ตื่นตัวแน่นอนในราคา 130 เยน

ชิมไปครบทั้ง 10 ขวด บอกได้คำเดียวว่าอร่อยทุกขวด แบบเซอร์ไพรส์ด้วย ส่วนหนึ่งที่รู้สึกอร่อยอาจจะเป็นเพราะบ้านเราไม่มีขาย และอีกอย่างคือจินตนาการที่ไปไกลก่อนจะได้ลิ้มรส ทำให้เราเปิดต่อมรับความรู้สึกได้เต็มที่ ยังไงถ้าใครมีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น อย่าลืมไปกดมาชิมสนุกๆ กันได้นะ บอกไว้ก่อนว่า บางเครื่องดื่มไม่มีวางขายตามร้านสะดวกซื้อนะจ๊ะ ฉะนั้นอย่ามัวรอกดป้ายหน้า มีโอกาสต้องคว้าไว้ให้ทัน

Story & Photo : Porko

© COPYRIGHT 2024 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.