Operation Avalanche หนึ่งก้าวปลอมๆ บนดวงจันทร์

MOVIE SHADES : Operation Avalanche หนึ่งก้าวปลอมๆ บนดวงจันทร์

Operation Avalanche หนึ่งก้าวปลอมๆ บนดวงจันทร์
Operation Avalanche หนึ่งก้าวปลอมๆ บนดวงจันทร์

ทว่า Operation Avalanche คือการตีแผ่ความจริง การเหยีบบดวงจันทร์ ก็คือการจัดฉาก

Operation Avalanche เป็นภาพยนตร์แนว mockumentary (สารคดีปลอม) ที่เล่นกับจุดบอดของ ภารกิจลงจอดบนดวงจันทร์ ขององค์การ NASA โดยนำข้อกังขาที่หลายคนสงสัยว่า ภารกิจนี้คือการจัดฉาก มาโยงกับเนื้อเรื่องให้กลายเป็นเรื่องจริง อีกทั้งยังมีการพาดพิงถึงผู้กำกับ Stanley Kubrick ที่เป็นผู้บุกเบิกจินตนาการเรื่อง อวกาศ ผ่านภาพยนตร์ 2001 : A Space Odyssey (1968) ในสมัยนั้น ซึ่งถ้าหากใครเป็นแฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะรู้ดีว่า ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ตัวผู้กำกับ (Kubrick) ได้มีนักวิทยาศาสตร์จาก NASA มาเป็นที่ปรึกษาด้านข้อมูลทางอวกาศด้วย 2 คน และ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็นำเอาความจริงเหล่านี้มาโยงเข้าด้วยกัน

“หนึ่งก้าวเล็กๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง หนึ่งก้าวกระโดดของมวลมนุษยชาติ” – นีล อาร์มสตรอง

Operation Avalanche หนึ่งก้าวปลอมๆ บนดวงจันทร์

จุดปักหมุดและเส้นเวลาของภารกิจเหยียบดวงจันทร์เกิดขึ้นจริง เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน จริงหรือ ?

ว่ากันว่ายุค 90’s นั้น ถือว่าเป็นยุคที่ดีต่อการใช้ชีวิตที่สุด เพราะหลายสิ่งหลายอย่างได้พัฒนาไปถึงจุดที่พอดีของมัน ไม่ว่าจะเป็น เพลง ภาพยนตร์ ประวัติศาสตร์ วีดีโอเกมส์ การเริ่มต้นของยุคอินเตอร์เน็ต และวิทยาการต่างๆ ที่ล้วนเดินหน้าไปสู่จุดที่กำลังดี ไม่ล้าสมัยจนเกินไป และไม่นำสมัยจนไม่เหลืออะไรให้พัฒนาต่อ แต่ถ้าจะให้พูดถึงยุคสมัยที่เหมาะแก่การนำมาถ่ายทอดเรื่องราวและเรื่องเล่าให้คนรุ่นหลังได้ฟังแล้วนั้น ก็คงจะเป็นช่วงปลายยุค 60 เข้าสู่ยุค 70 มากกว่า นั่นก็เพราะว่าช่วงปลายยุค 1960 และต้นยุค 1970 นั้น เป็นยุคที่มนุษย์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงเวลาฟื้นตัวหลังจากสงครามโลกได้สิ้นสุดลง หรือการกำเนิดบุปผาชนที่ฝันถึงการเรียกร้องสันติภาพ และผลพวงจากการแก่งแย่งกันเป็นขั้วอำนาจระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ สหภาพโซเวียต ใน สงครามเย็น ที่นำพาไปสู่การแข่งขันในการเดินทางสู่อวกาศ

นับหลายร้อยหลายพันปี ที่ดวงดาวบนท้องฟ้าคือ ปริศนาสำหรับมนุษย์ จนกระทั่งสหภาพโซเวียตได้ปล่อยจรวด Sputnik I ขึ้นสู่อวกาศในปี 1957 และตามด้วยการส่ง ยูริ กาการิน นักบินอวกาศคนแรกขึ้นไปสู่วงโคจรนอกโลกในปี 1961 ทำให้สหภาพโซเวียตได้กลายเป็นอันดับ 1 ของผู้นำด้านการท่องอวกาศ และส่งผลให้ชาติมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ต้องเสียหน้า กลายเป็นประเทศที่วิ่งตามหลัง และหนทางเดียวที่จะแซงหน้าสหภาพโซเวียตในตอนนั้นได้ก็คือ “การลงจอดบนดวงจันทร์” และนั่นก็เป็นจุดปักหมุดของเส้นเวลาที่ภาพยนตร์เรื่อง Operation Avalanche ได้เริ่มต้นขึ้น

Operation Avalanche หนึ่งก้าวปลอมๆ บนดวงจันทร์

“Operation Avalanche” ตีแผ่เบื้องหลังของปฏิบัติการภารกิจเหยียบดวงจันทร์

Matt Johnson แสดงเป็นตัวละครที่ใช้ชื่อของเขาเอง อีกทั้งยังเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เองอีกด้วย เขารับบทเป็นเจ้าหน้าที่ CIA ที่ได้รับคำสั่งให้แทรกซึมตัวเข้ามาในองค์การ NASA ด้วยการปลอมเป็นทีมงานถ่ายภาพยนตร์สารคดี ร่วมกับ Owen Williams ที่แสดงเป็นเจ้าหน้าที่ CIA อีกคนหนึ่ง ที่ใช้ชื่อจริงของตัวเองในหนังด้วยเช่นกัน ทั้ง 2 คน (บวกอีก 1 ตากล้อง) ได้รับคำสั่งให้คอยรายงานความเคลื่อนไหวของโครงการ Apollo 11 ที่มีเป้าหมายในการลงจอดบนดวงจันทร์ แต่แล้วทั้งคู่ก็ได้พลิกผัน กลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของปฏิบัติการภารกิจทั้งหมด ภายใต้ชื่อว่า “Operation Avalanche”

ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าผ่านการถ่ายทำแบบ hand-held (ถือกล้องตามตัวละคร) ในลักษณะที่ให้เห็นว่าเป็นการถ่ายด้วยกล้องฟิลม์ (ตามยุคสมัย) กับการสอดแทรกอารมณ์ขันของ สถานการณ์ทางการเมืองในตอนนั้น บวกกับมุขตลกเฉพาะทางที่น่าจะมีแค่แฟนบอยของ Stanley Kubrick เท่านั้นที่จะเข้าใจ ทำให้หนังเรื่องนี้อาจเป็นหนังที่ขำยากไปซักนิดสำหรับ คนที่ไม่คลั่งไคล้อวกาศ และ Stanley Kubrick

Operation Avalanche หนึ่งก้าวปลอมๆ บนดวงจันทร์

แต่ถ้าหากมองในมุมของงบประมาณในการสร้างที่ไม่มากนัก และการเขียนบทของ Matt Johnson และ Josh Boles ที่ถือว่ายังใหม่ในวงการภาพยนตร์ ก็จะพบว่า “Operation Avalanche” เป็นหนังฟอร์มเล็กที่แฝงอะไรไว้มากมาย นอกเหนือไปจากนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้เปิดตัวฉายในงานเทศกาลหนัง Sundance Film Festival และได้รับกระแสวิจารณ์โดยรวมในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีอีกด้วย

Operation Avalanche อาจทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้คงเป็นความสำเร็จที่ไม่คาดคิดของพวกเขา ไม่ต่างอะไรกับ นีล อาร์มสตรอง ที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดว่า เขาจะได้ไปเหยียบบนดวงจันทร์ด้วยเช่นกัน

Operation Avalanche หนึ่งก้าวปลอมๆ บนดวงจันทร์


 

Photo : nangdee.com, vulture.com

keyboard_arrow_up