“Hookrajong Café” คาเฟ่เรือนกระจกสีขาวที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แมกไม้สีเขียว

หูกระจงคาเฟ่, Hookrajong cafe, ยานนาวา,คาเฟ่ย่านยานนาวา, ถนนยานนาวา
หูกระจงคาเฟ่, Hookrajong cafe, ยานนาวา,คาเฟ่ย่านยานนาวา, ถนนยานนาวา

“Hookrajong Café” คาเฟ่เรือนกระจกสีขาวที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แมกไม้สีเขียว 

WHERE: เยือนคาเฟ่เรือนกระจกสีขาวทรงจั่วที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แมกไม้สีเขียว “หูกระจงคาเฟ่” พร้อมเสิร์ฟบรรยากาศสบายๆ ชวนผ่อนคลายควบคู่กับเครื่องดื่มสุดครีเอทแบบที่หาดื่มที่ไหนไม่ได้ ต้องมาที่นี่เท่านั้น

‘คาเฟ่เรือนกระจกสีขาวที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แมกไม้สีเขียว’ คือคำนิยามของคาเฟ่แห่งนี้ “Hookrajong Cafe” (หูกระจงคาเฟ่) คาเฟ่มินิมอลสไตล์บนถนนยานนาวากับการเสิร์ฟเมนูครีเอทที่คิดขึ้นเองจนได้ความอร่อยที่ไม่ซ้ำใคร จนเราอยากชวนทุกคนไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดกัน!

เดิมที่ตรงนี้เป็นพื้นที่รกร้าง แต่เมื่อคุณเกรซ – ณัฏฐนันท์ เกียรติรดาฐนิต อดีตแอร์โฮสเตสที่อิ่มตัวจากการเดินทางรอบโลก คิดอยากสานฝันในวัยเด็กให้เป็นจริง จึงตัดสินใจเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้กลายเป็นคาเฟ่สีขาวในฝัน จนได้คาเฟ่เรือนกระจกที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทรงจั่วและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแห่งนี้

เมื่อเราถามถึงที่มาที่ไปของชื่อร้านว่า “หูกระจง” คุณเกรซก็ชี้ให้เห็นพร้อมเล่าให้ฟังว่า บนที่ดินผืนนี้เดิมมีต้นหูกระจงต้นใหญ่ยืนต้นอยู่ ซึ่งหากพูดถึงจริงๆ บนถนนยานนาวาก็เต็มไปด้วยต้นหูกระจง ผนวกกับความตั้งใจที่อยากสร้างโอเอซิสอีกแห่งให้คนกรุง จึงตัดสินใจออกแบบให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นคาเฟ่สีขาวที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้สีเขียว โดยมีต้นหูกระจงต้นใหญ่ซึ่งยืนต้นอยู่กลางร้านเป็นพระเอก

คุณเกรซยังเล่าให้ฟังอีกว่า คาเฟ่แห่งนี้เป็นเหมือนความฝันในวัยเด็ก ซึ่งเดิมเป็นคนชอบทำขนมอยู่แล้ว เมื่อจังหวะเวลาเอื้ออำนวย คุณเกรซจึงสร้างฝันให้เป็นจริง โดยทุกพื้นที่ของคาเฟ่แห่งนี้ล้วนมาจากไอเดียของคุณเกรซเอง โดยมีแรงบันดาลใจเมื่อครั้งเป็นแอร์โฮสเตสที่ได้ไปเยือนคาเฟ่ตามสถานที่ต่างๆ

เริ่มจากสถาปัตยกรรมเรือนกระจกทรงจั่วสีขาวโปร่งที่ช่วยขับให้หูกระจงคาเฟ่แห่งนี้โดดเด่น โดยมีร่มเงาจากต้นไม้น้อยใหญ่ทำหน้าที่เป็นหลังคากันความร้อน พร้อมสร้างบรรยากาศธรรมชาติ โดยคุณเกรซเลือกที่จะออกแบบเรือนกระจกนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งชั้นหนึ่งของร้านออกแบบอย่างเรียบง่ายในโทนสีขาว ยิ่งขับให้คาเฟ่เรือนกระจกแห่งนี้โปร่งและโล่ง โดยมีเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น ผนวกกับการวางของตกแต่งเล็กๆ อย่างตุ๊กตาเสริมบรรยากาศให้ร้านน่ารักยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังมีบันไดวนทอดยาวลงมาจากชั้นสองเป็นจุดดึงสายตา ซึ่งชั้นสองนี้จัดวางเก้าอี้นั่งสบายให้เราได้ผ่อนคลายในบรรยากาศที่ชวนให้คิดถึงระเบียงบ้านริมทะเล

นอกจากสถาปัตยกรรมหลักของร้านซึ่งคุณเกรซลงมือดีไซน์ด้วยตัวเองแล้ว หูกระจงคาเฟ่ยังมีพื้นที่เอาท์ดอร์ขนาดใหญ่เคียงข้างกัน โดยมีต้นหูกระจงที่ล้อมด้วยโต๊ะเก้าอี้แบบเคาน์เตอร์บาร์ให้เราได้ออกไปรับลมสัมผัสธรรมชาติ กับมุมถ่ายรูปเอาใจสาวๆ ด้วยการเปลี่ยนกำแพงร้านเรียบๆ ให้กลายเป็น Mini Garden สไตล์อังกฤษ และข้างๆ กันเป็นเรือนกระจกหลังเล็กที่คุณเกรซเปิดให้เช่าเป็นห้องประชุมสำหรับคนทำงานที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หรือหากวันใดที่มีลูกค้าเยอะก็พร้อมจะเปิดให้ลูกค้าเข้าใช้บริการ

อีกหนึ่งไฮท์ไลท์ที่ไม่อยากให้พลาดเมื่อมาเยือนหูกระจงคาเฟ่คือเมนูขนมหวานและเครื่องดื่ม ซึ่งทุกเมนูล้วนมาจากรสมือคุณเกรซเอง โดยคุณเกรซเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมชอบทำขนมอยู่แล้ว เมื่อได้มาสร้างคาเฟ่ในฝันจึงลงมือทำขนมด้วยตัวเอง จนได้ขนมโฮมเมดแท้ๆ ซึ่งเมนูของหูกระจงคาเฟ่จะโดดเด่นในเรื่องรสชาติที่ไม่เน้นหวาน เพราะคุณเกรซเข้าใจสาวๆ ที่ชื่นชอบการทานขนมหวาน แต่กลัวอ้วน เมนูของที่นี่จึงให้รสชาติที่ไม่หวานเลี่ยน ขณะเดียวกันก็กลมกล่อมถูกปากใครหลายคน ที่สำคัญหลายเมนูของร้านยังเป็นเมนูที่ครีเอทขึ้นใหม่แบบหาทานที่ไหนไม่ได้ ต้องมาที่หูกระจงคาเฟ่เท่านั้น

เริ่มจากเมนูเครื่องดื่ม “Coco Matcha” (125 บาท) ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้านกับรสชาติความอร่อยแปลกใหม่ที่ไม่คิดว่าจะเข้ากันได้ระหว่าง ‘น้ำมะพร้าว’ กับ ‘ชาเขียวมัจฉะ’ ด้วยการเสิร์ฟน้ำมะพร้าวแท้พร้อมกับชาเขียวมัจฉะเข้มข้น เมื่อสองรสชาติมาเจอะกันจึงเกิดเป็นเครื่องดื่มที่หอมกลิ่นมะพร้าวและชาเขียว ให้รสเข้มข้นจากชาเขียวขณะเดียวกันก็เจือความหวานจากมะพร้าวเอาไว้อย่างลงตัว

นอกจากเมนู Coco Matcha แล้ว ยังมี “Autumn Coffee” (135 บาท) ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของหูกระจงคาเฟ่เช่นเดียวกัน โดยเครื่องดื่มแก้วนี้ยังคงความสร้างสรรค์ด้วยการผสมผสานรสชาติอย่างลงตัวระหว่าง “ชาไทย” หอมๆ กับ “เอสเปรสโซ่” เข้มข้น โดยชาไทยมาในรูปแบบน้ำแข็งรูปใบไม้ เสิร์ฟพร้อมช็อตเอสเปรสโซ่และนมสดให้เราได้เติมรสชาติได้ตามความชอบ จนได้เครื่องดื่มรสกลมกล่อมที่หอมชาไทย และเมื่อได้ดื่มก็จะได้รสของชาไทยนำ โดยมีเอสเปรสโซ่เป็นรสแฝง ปิดท้ายกันด้วยเมนูขนมหวานที่ไม่ว่าจะทานกับเครื่องดื่มแก้วไหนก็เข้ากันกับเมนู “Banoffee” (95 บาท) ที่หอมหวานคาราเมล อัดแน่นด้วยกล้วยชิ้นโต และนุ่มละมุนลิ้นด้วยครีมฟูๆ

HOOKRAJONG CAFÉ
• Address: ติดถนนยานนาวา
• Map: goo.gl/maps/mwhCW9NMP4s
• Time: 09.00 – 20.00 น. เปิดทุกวัน
• Tel: 065 145 6456
• Facebook: www.facebook.com/hookrajongcafe/

Story : Taliw
Photo : Wara Suttiwan
keyboard_arrow_up