ปักหมุด Work Space สถานที่นั่งทำงานในร้านคาเฟ่

คาเฟ่นั่งทำงาน, คาเฟ่มีปลั๊ก, คาเฟ่มีไวไฟ, คาเฟ่ทำงาน
คาเฟ่นั่งทำงาน, คาเฟ่มีปลั๊ก, คาเฟ่มีไวไฟ, คาเฟ่ทำงาน

ปักหมุด Work Space สถานที่นั่งทำงานในร้านคาเฟ่

บางครั้งเราก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน จากโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ในห้องสี่เหลี่ยม เป็นโต๊ะทำงานที่ยังคงตัวเล็กเช่นเดิม แต่รายล้อมด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟ กับความเก๋ไก๋ของบรรยากาศ วันนี้เราจึงปักหมุด 5 คาเฟ่น่านั่งทำงานมาเป็นตัวเลือกให้เราได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานกัน

01. Bar Storia del Caffè @Ari

คาเฟ่สไตล์วินเทจในซอยอารีย์ในโทนอบอุ่นจากการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นโทนสีเขียว-น้ำตาล ทั้งจากต้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ หรือการแต่งแต้มความละมุนผ่านของตกแต่งสไตล์วินเทจ จัดวางโต๊ะเก้าอี้แบบไม่แออัด เพื่อให้ลูกค้ามีความเป็นส่วนตัว ส่วนการนั่งทำงานนั้น จะมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งทั้งโซน Indoor และ Outdoor

เมนูอาหารของที่นี่มีทั้งอาหารจานหลัก ขนมหวาน และเครื่องดื่มหลากประเภทให้เลือก โดยเฉพาะเมนู ‘กาแฟ’ เครื่องดื่มแก้วโปรดของใครหลายคน อย่าง Caramel Macchiato ที่ให้รสละมุนทั้งหอมและหวานคาราเมล หรือใครอยากจิบเครื่องดื่มหวานอมเปรี้ยวให้ชื่นใจ แนะนำให้ลอง Sparkling Sangria

#อ่านฉบับเต็มได้ที่ กลิ่นกรุ่นวินเทจใน Bar Storia del Caffè @Ari ที่แม้คาแรคเตอร์ไม่ใหม่ แต่ความคูลไม่ซ้ำเดิม

• Address: ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ
• Time: เปิดทุกวัน โดยจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 9.00 – 23.00 น. และศุกร์ – อาทิตย์ 9.00 – 24.00 น.
• Facebook: www.facebook.com/barstoriadelcaffe

02. Neighborhood Cafe

คาเฟ่บรรยากาศโปร่งโล่งที่ตกแต่งในสไตล์ลอฟท์ ที่เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเองสไตล์เพื่อน เพื่อให้เพื่อนสามารถแวะเข้ามานั่งพัก เติมพลังงาน หรือนั่งทำงานได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพราะเจ้าของร้านตั้งใจให้ที่นี่เป็น ‘เพื่อนบ้าน’ ที่เปิดรับทุกคน ภายในร้านจัดโต๊ะหลากหลายแบบ ทั้งโซฟาหนังนั่งสบาย เคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะเดี่ยว และโต๊ะไม้ตัวใหญ่กลางร้าน โดยทุกโต๊ะเจ้าของร้านพยายามให้มีปลั๊กไฟสำหรับนั่งทำงาน

เมนูของที่นี่เน้นเมนูง่ายๆ แต่รสชาติอาหาร ในราคาย่อมเยาเพื่อให้ทุกคนแวะไปทานได้ทุกวัน ส่วนเครื่องดื่มอย่างกาแฟ เจ้าของร้านให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟ คั่ว ไปจนถึงขั้นตอนการชงดื่ม เช่น Marocchino มอคค่าที่เพิ่มความหวานด้วยช็อกโกแลตนูเทลล่า ท็อปปิ้งด้วยช็อกโกแลตอีกชั้นหนึ่ง ทำให้เครื่องดื่มแก้วนี้ได้รสเข้มๆ ของกาแฟ แต่มีความหวานของช็อกโกแลต

#อ่านฉบับเต็มได้ที่ ไปทำความรู้จัก “Neighborhood Cafe” ที่ทำเรื่องเล่นให้จริงจังแบบไม่ซีเรียส 

• Address: ซอยวิภาวดี 56 (ริมถนนวิภาวดี)
• Time: เปิดทุกวัน โดยจันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00 – 16.00 น. และเสาร์ – อาทิตย์ 8.00 – 17.00 น.
• Facebook: www.facebook.com/neighborhoodbkk/

03. Coffee Craftsman x Yarden

ร้านคาเฟ่ในบ้านเก่าสไตล์วิคตอเรียที่ให้บรรยากาศละมุน โดยยังคงรักษาโครงสร้างและดีเทลของบ้านเอาไว้อย่างครบถ้วน ขณะที่โต๊ะเก้าอี้เลือกจัดวางสบายๆ ผ่านเฟอร์นิเจอร์สไตล์มินิมอล และเพราะเป็นบ้านเก่าที่คงโครงสร้างเดิมเอาไว้ทั้งหมด ทำให้ภายในร้านมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายห้องตามแปลนบ้านให้เราเลือกนั่งทำงานได้หลากหลาย

ที่นี่เสิร์ฟเมนูบรันช์จากวัตถุดิบออร์แกนิกและกาแฟหอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟไทย โดยเฉพาะกาแฟที่ทางร้านมีสเปเชียลเบลนด์เป็นของตัวเองถึง 2 ชนิดให้เลือกชิม ทั้ง Artisan Blend ซึ่งเป็นส่วนผสมของเมล็ดกาแฟไทย โคลัมเบีย และกัวเตมาลา นำมาคั่วเข้มข้น และ Craftsman Blend มีส่วนผสมของเมล็ดกาแฟไทย บราซิล และเอธิโอเปีย

#อ่านฉบับเต็มได้ที่ กรุ่นกลิ่นกาแฟในบ้านเก่าสไตล์วิคตอเรียนที่ Coffee Craftsman x Yarden 

• Address : Yarden Yenakart ถนนเย็นอากาศ
• Time : เปิดทุกวัน เวลา 7.00 – 19.00 น.
• Facebook : www.facebook.com/CoffeeCraftsmanxYarden

04. Blue Whale

คาเฟ่สีฟ้าในคอนเซ็ปต์ใต้ท้องทะเลย่านมหาราชแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ไซส์มินิแต่น่านั่งทำงาน ด้วยบรรยากาศสบายๆ ผสมผสานกับความเก๋ไก๋ของการตกแต่ง แม้จะเป็นเพียงอาคารพาณิชย์หนึ่งคูหา แต่ภายในร้านไม่ได้แออัดอย่างที่คิด เพราะทางเจ้าเปิดสเปซโล่งด้วยการเชื่อมพื้นที่ทั้ง 3 ชั้นเข้าด้วยกัน โดยชั้นบนสุดยังเปิดช่องแสงให้ความสว่าง โดยชั้นสองจะเป็นโต๊ะเก้าอี้นั่งสบาย ขณะที่ชั้นสามเป็นโต๊ะญี่ปุ่นที่ปูด้วยเบาะหนานุ่ม

ที่นี่เน้นอาหารฟิวชั่นที่ผสมผสานระหว่างความเป็นไทย ญี่ปุ่น และฝรั่ง จนได้เมนูอาหารจานเดี่ยวที่มีรสชาติไม่ซ้ำใคร ส่วนเครื่องดื่มก็มีหลากหลายให้เลือกชิม ทั้งเมนูกาแฟและไม่ใช่กาแฟ โดยซิกเนเจอร์ของร้านคือ Butterfly Pea Latte เครื่องดื่มนมอัญชันที่ครีเอทขึ้นเพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ร้าน ส่วนคอกาแฟแนะนำให้ชิม On The Rock ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟจาก 4 แหล่งปลูก ไทย ลาว อินโดนีเซีย และเอธิโอเปียมาเบลนด์เข้าด้วยกันจนได้รสชาติที่มีเอกลักษณ์

#อ่านฉบับเต็มได้ที่ BLUE WHALE | ดำดิ่งท่อง “ใต้ทะเล” กับคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารฟิวชั่นสามสัญชาติ 

• Address: ซอยเพ็ญพัฒน์ 1 ถนนมหาราช (ใกล้ท่าเตียน)
• Time: เวลา 10.00 – 20.00 น. หยุดทุกวันพฤหัสบดี
• Facebook: www.facebook.com/bluewhalebkk

05. Butterfly Organic Place

คาเฟ่สีขาวสะอาดตาที่วางคอนเซ็ปต์ไว้ว่า ‘บ้านหลังหนึ่งที่มานั่งเล่นได้’ โดยเฉพาะเมื่อภายในร้านจัดวางโต๊ะเก้าอี้แบบสบายๆ พร้อมกับปลั๊กไฟให้บริการ โดยเฉพาะโต๊ะแบบบาร์นั่งยาวที่วางปลั๊กไฟเป็นจุดๆ โดยมีสวนสีเขียวร่มรื่นเป็นวิวให้เราพักสายตาระหว่างนั่งทำงาน

เมนูที่นี่มีไม่มาก เพราะคาเฟ่แห่งนี้เป็นคาเฟ่นมออร์แกนิคของแบรนด์ชื่อเดียวกัน เครื่องดื่มของที่นี่จึงเน้นผลิตภัณฑ์ของร้านเป็นหลัก แต่ก็มีหลากรสให้เลือกชม ขณะเดียวกันก็มีโยเกิร์ตออร์แกนิกสำหรับคนไม่ดื่มนม แต่หากอยากดื่มกาแฟจริงๆ ทางร้านก็มีเมนูกาแฟง่ายๆ เป็นตัวเลือก พร้อมเบเกอรี่เป็นของว่างให้เลือกอีกด้วย

#อ่านฉบับเต็มได้ที่ Butterfly Organic Place คาเฟ่สีขาวสะอาดตาในคอนเซ็ปต์ “นม” 

• Address : ซอยนภาศัพท์ 2 ถนนสุขุมวิท 36
• Time : จันทร์ – เสาร์ เวลา 9.00 – 17.30 น. (หยุดวันอาทิตย์)
• Facebook : www.facebook.com/butterflyorganicmilk

keyboard_arrow_up